ไหว้หลวงพ่อขาว เขาใหญ่

เขาใหญ่นั้นมีระยะทางห่างจากกรุงเทพประมาณ 180 กิโลเมตรครับ
ขับรถก็จะใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงได้
ยังก็ลองวางแผนกันดูครับว่าจะออกจากกรุงเทพกี่โมง ถนนหนทางก็ดีเลยครับ
ขับไม่ยากเท่าไหร่ วิ่งออกถนนพลโยธิน ไปทางสระบุรี เข้าถนนมิตรภาพ
ใครกลัวจะหลงผมแนะนำให้โหลดแอฟ กูเกิ้ลแมพมาใช้ครับ
เพราะทริปนี้ผมใช้กูเกิ้ลแมพนำทางมาเหมือนกัน เดียวไปเริ่มเที่ยวเขาใหญ่กันเลย
วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม หลวงพ่อขาว เขาใหญ่
จุดแรกที่จะแวะเที่ยวนั้นก็คือวัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม หลวงพ่อขาว เขาใหญ่
ครับวิธีการเดินทางมาก็ไม่ยากครับปักมุดจากกูเกิ้ลแล้วขับตามมาได้เลยหลายๆคน
คงจะเคยเห็นภาพสวยๆ จากคนที่มาเที่ยวเขาใหญ่
เป็นพระองค์ใหญ่สีขาวตั้งอยู่บนเขามีถนนมุ่มตรงไปยังองค์พระ
ซึ่งผมเห็นภาพแล้วก็คิดไว้ว่า จะต้องมาเที่ยวถ่ายรูปให้ได้
เมื่อมีโอกาสมาเที่ยวเขาใหญ่รอบนี้เลยไม่พลาดครับ หาข้อมูลมาได้ว่าวัดนี้คือ
วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม หรือ วัดหลวงพ่อขาว นั่นเอง
สำหรับการเดินทางมาวัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม หรือวัดหลวงพ่อขาว
ก็ไม่ยากครับ เริ่มต้นเดินทางจากริมถนนมิตรภาพ หลักกิโลเมตร 151 มุ่งหน้า
จ.นครราชสีมา (สังเกตุง่าย ๆ พบเห็นร้าน Fly Now ทางขวามือ ก็กลับรถได้เลย)
ที่ตั้งของวัดอยู่ห่างจากถนนใหญ่ตรงไปประมาณ 2 กม.ครับ
เลี้ยวซ้ายจากถนนใหญ่เข้ามาก็พบแล้วครับ หลวงพ่อขาว
วิธีสังเกตุง่ายๆก็คือเราจะสามารถมองเห็นหลวงพ่อขาวตั้งเด่นสง่าอยู่บนเขา
ถ้าเห็นแบบนี้ก็แสดงว่าใกล้ถึงแล้ว
ข้อมูลวัดหลวงพ่อขาว เขาใหญ่
วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม ตั้งอยู่บริเวณเขาสีเสียดอ้า หมู่บ้านกลางดง
ทางฝั่งขวาของทางหลวงหมายเลข ๒ (ถนนมิตรภาพ) ตรงหลักกิโลเมตรที่ 150
มีทางแยกเข้าไปอิก 2 กิโลเมตร มีถนนราดยางเข้าไปถึงวัด
ที่วัดนี้มีพระพุทธรูปปางประทานพรสีขาว ขนาดใหญ่ ชื่อว่า
"พระพุทธสกลสีมามงคล" ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า หลวงพ่อขาว ขนาดหน้าตักกว้าง
27.25 เมตร สูง 45 เมตร สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก
โดดเด่นอยู่บนยอดเขาสูงจากระดับพื้นดิน 112 เมตร
ทางซ้ายและทางขวาขององค์พระพุทธรูป
สร้างโค้งเว้าในลักษณะใบโพธิ์ บันไดทั้งหมด มี 1250 ขั้น หมายถึง
จำนวนพระอรหันต์ที่ไปชุมนุมกันโดยมิได้นัดหมายในวันมาฆบูชา
องค์พระพุทธรูปประดิษฐานอยู่เหนือพื้นดิน 112 เมตรหรือ 56 วา หมายถึง
พระพุทธคุณ 56 ประการ
องค์พระสูง 45 เมตร หมายถึง พระพุทธองค์โปรดเวไนยสัตว์อยู่ 45 พรรษา
หรือเรียกว่า ทรงทำพุทธกิจอยู่ 45 พรรษา หลังจากที่ตรัสรู้แล้ว…

ตามรอยอาหารไทยโบราณ : ผัดหมี่กะทิ

ผัดหมี่กะทิ เป็นอาหารว่างไทยโบราณนิยมทำขึ้นในงานบวชและงานบุญต่างๆ
เมื่อรับประทานตามความเชื่อคือเปรียบเส้นหมี่ที่ยาวกับช่วงชีวิตที่ยาวขึ้น
โดยในประเทศไทยจะมี หมี่กะทิทางภาคกลาง กับหมี่กะทิญวนทางภาคอีสาน
อย่างไรก็ตาม แม้ หมี่กะทิทางภาคกลาง กับหมี่กะทิญวนทางภาคอีสาน จะมีรูปร่างหน้าตาที่แตกต่างกัน
แต่มีสิ่งหนึ่งที่คล้ายกันและเป็นส่วนสำคัญในเมนูอาหารไทยโบราณชนิดนี้
คือรับประทานกับผัก เพื่อชูรสชาติให้หมี่กะทิดียิ่งขึ้น
โดยส่วนผสมในการทำ หมี่กะทิ ในส่วนของเส้นหมี่
ตามสูตรโบราณแท้ๆ กอปรด้วย กะทิ 1 ถ้วย,
เนื้อเต้าเจี้ยวขาวโขลกละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ,
เต้าหู้เหลืองหั่นเป็นชิ้น 1/4 ชิ้น, หมูสับ 1/2 ถ้วย, กุ้งสับ 1/4 ถ้วย,
พริกแห้งเม็ดใหญ่คั่วป่นละเอียด, หอมแดงซอย 1/4 ถ้วย,
น้ำมะขามเปียก และ น้ำตาลโตนด หรือ น้ำตาลปี๊บ
ขณะที่ส่วนผสมในการทำ หมี่กะทิ
ในส่วนของหน้าหมี่กะทิตามสูตรโบราณแท้ๆ กอปรด้วย กะทิ 1
ถ้วย, เส้นหมี่แห้ง 180 กรัม และ ซอสมะเขือเทศเข้มข้น 4 ช้อนโต๊ะ
รวมไปถึงผักแกล้มต่างๆ ตามใจชอบ แต่ตามสูตรคือ ถั่วงอก,
ใบกุยช่าย และ หัวปลี
เริ่มแรกจะจัดการในส่วนหน้ากะทิก่อน จัดการนำ กะทิ 1
ถ้วย ที่คุ้นจาก มะพร้าว 2.5 ขีด เทใส่หม้อหรือกระทะใบเล็กๆ
แล้วนำไปตั้งไฟกลาง พร้อมทั้งคอยคนเป็นระยะ ๆ
จนกว่ากะทิจะเดือด เมื่อเดือดก็ปล่อยทิ้งไว้จนแตกมัน
จากนั้นหันมาทำในส่วนของเส้นหมี่กะทิ โดยนำ กุ้งบด
ผสมกับ หมูบด พร้อมตักกะทิในหม้อ 1 ทัพพี
ลงมาใส่ในชามหมูบด พร้อมผสมหมูบดให้เข้ากับน้ำกะทิ
แล้วเทส่วนผสมทั้งหมด ลงในหม้อกะทิ คนให้เข้ากันทิ้งระยะรอหมูสุก
เมื่อ หมูสุก ให้ใส่ หอมซอย กับ เต้าหู้เหลือง
ที่เราหั่นไว้แล้วลงไป ตามด้วย เต้าเจี้ยวขาวโขลก และ พริกป่น
ซึ่งหากใครไม่ชอบเผ็ด ก็ไม่ต้องใส่พริก
แล้วทิ้งระยะให้หอมสุกสักพัก โดย เต้าเจี้ยวขาวที่ใช้
ไม่ใช้เต้าเจี้ยวเป็นขวด อย่าสับสนเป็นอันขาด
คราวนี้หันมาผสมเครื่องปรุงรสบ้าง โดยนำ น้ำตาลปี๊บ ,
น้ำเต้าเจี้ยว และ น้ำส้มมะขามเปียก ผสมเข้าด้วยกัน เมื่อผสมเสร็จก็เทใส่ลงไปในหม้อกะทิเลย
ชิมรสเอาตามใจชอบก่อนเทลงหม้อกะทิแต่โดยรวมให้เปรี้ยวหวานเข้าไว้
รสเค็มจะใช้น้ำหมักเต้าเจี้ยวขาวปรุง ไม่ใช้น้ำปลา
หลังจากนั้นก็เคี่ยวไปสักระยะ ให้น้ำกะทิงวดและสีเข้มขึ้น
ก็จะได้ &หน้ากะทิ&ที่เราต้องการ ที่เหลือก็แค่ทำในส่วนของเส้นหมี่
เริ่มจากนำหมี่ไปแช่น้ำจนนิ่ม แล้วนำไปลวกในน้ำเดือด
พอนิ่มดีก็ตักแช่น้ำเย็น พักสะเด็ดน้ำ รอปรุง
โดยระหว่างที่รอเส้นหมี่สะเด็ดน้ำ ให้นำ กะทิ
ใส่กระทะตั้งไฟกลางค่อนไปทางอ่อน แล้วเคี่ยวให้กะทิแตกมัน
จากนั้นใส่ ซอสมะเขือเทศ ลงไป ตามด้วย เส้นหมี่
เคล้าให้เข้ากันดี เป็นอันได้หมี่สีชมพูที่ใครๆ
ต่างหลงใหลในสีสันและรสชาติ
สุดท้ายเมื่อ เส้นหมี่ ดูดน้ำกะทิจนแห้งแล้ว ก็เอา ถั่วงอก และ
ใบกุยช่าย หั่นเป็นท่อนใส่ตามลง คลุกให้เข้ากันพอผักสุก
ก็ปิดไฟออกพักไว้ไว้ในหม้อหรือกาละมังที่มีฝาปิด
เพื่อไม่ให้เส้นหมี่แห้ง รอเสิร์ฟรับประทานได้อร่อยไม่มีเบื่อ…

พาไปดู 3 ที่พักยอดนิยมในจังหวัดนครนายก ตอน 2

ก่อนหน้านี้เราได้พาคุณไปดู 3ที่พักยอดนิยมของจังหวัดนครนายกกันไปแล้ว
ครั้งนี้เราจะพาไปต่อกันที่อีก 3ที่พักที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความสวยงาม
การตกแต่งรูปแบบดีไซน์ของรีสอร์ทรวมไปถึงความใกล้ชิดกับธรรมชาติที่คุณต้องอยากจะลองไปใช้บริการกัน
จะเป็นที่ไหน และสวยอย่างไรติดตามพร้อมกันที่นี่ได้เลย

เพลินดีนี่ รีสอร์ท
เริ่มกันที่แรกกับเพลินดีนี่ รีสอร์ทจัดเป็นรีสอร์ทสบายๆ และเต็มไปด้วยบรรยากาศสุดชิล
โดยการตกแต่งของที่นี่เน้นให้ทุกอย่างดูผ่อนคลาย และกลมกลืนไปกับธรรมชาติ
ฉะนั้นสีส่วนใหญ่ที่เลือกใช้จึงใช้สีฟ้าเป็นสีหลัก และสีขาวเป็นสีรองลงมา
ซึ่งนอกจากทั้งสองสีจะให้ความสบายตาแล้วยังให่้ความรู้สึกไม่อึดอัด และเรียบง่ายอีกด้วย
ในส่วนของห้องพักก็มีให้เลือกถึงสองแบบเป็นบบบ้านทีวี และแบบที่สองเป็นบ้านผ้าขาวม้า
โดยแบบแรกเหมาะสำหรับผู้เข้าพักสองคน
ส่วนแบบที่สองเหมาะสำหรับกลุ่มคนที่มาพักเป็นหมูคณะเพราะขนาดของห้องจะใหญ่ขึ้น
และมีครัวในตัวสามารถซื้อวัตถุดิยมาประกอบอาหารได้
นอกจากนี้บริเวณด้านนอกของรีสอร์ทยังมีจุดที่เรียกว่าลานลูกโลกเปิดให้ผู้เข้าพักมานั่งชมธรรมชาติได้อีกด้วย

The Chill Resort at Nakornnayok
เปลี่ยยสลับมาดูรีสอร์ทที่อยู่ติดริมน้ำกันบ้างกับ The Chill Resort at Nakornnayok
ซึ่งถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยว
เพราะด้วยเหตุผลที่ว่าการมานครนายกนั้นสิ่งที่ต้องไม่พลาดคือการมาล่องแก่ง
และที่นี่เองก็อยู่ติดริมน้ำจึงมีบริการล่องแก่งไปในตัว ตัวห้องพักจะถูกแบ่งออกเป็นหลังๆ
และมีสไตล์การตกแต่งที่แตกต่างกันออกไป
แต่หากใครเบื่อการพักห้องแบบธรรมดาที่นี่เขาก็มีห้องแบบบังกะโลให้เข้าพักอีกด้วย
ซึ่งจะสามารถรับชมธรรมชาติแทบจะได้ 360 องศสกันเลยทีเดียว ส่วนเรื่องของบรรยากาศ
แน่นอนว่าคุณจะได้รับอากาศธรรมชาติอบบสุดๆไปด้วย
ขณะเดียวกันบริเวณด้านข้างของรีสอร์ทก็ยังมีร้านอาหารเปิดให้บริการ
ซึ่งอยู่ติดกับริมน้ำสามารถทานอาหารพร้อมหย่อนขาจุ่มลงน้ำได้ด้วย

TomangOh Vintage Resort
ต่อกันที่สุดท้ายหากใครชื่นชอบห้องพักแบบวินเทจให้ความเป็นยุโรปหน่อยๆก็ต้องที่นี่เลยกับ
TomangOh Vintage Resort ที่ถูกตกแต่งสไตล์วินเทจโซนยุโรป
และไม่ใช่โดดเด่นเรื่องการตกแต่งเท่านั้นหากแต่ยังมีสระว่ายน้ำอยู่ตรงกลางที่ให่ทั้งความสวยงามแถมยัง
ให้ความสนุกต่อผู้ที่เข้ามาพักอีกด้วย

บ้านแม่กำปอง จังหวัดเชียงใหม่

บ้านแม่กำปอง ตั้งอยู่ที่ อ.แม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านที่ค่อนข้างเล็ก
ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาที่ถูกโอบล้อมด้วยธรรมชาติ และมีน้ำตกที่สวยงามอยู่ในหมู่บ้านอีกด้วย
มีต้นไม้มากมายหลากหลายชนิดและ ลำธาร
และสิ่งที่น่าทึ่งกว่านั้นคือที่นี่ ได้ถูกก่อตั้งมาเป็นเวลานานกว่า 100 ปี! แต่ด้วยเป็นหมู่บ้านที่เล็ก
ประชากรเลยไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่ ได้อพยพมาจาก อำเภอดอยสะเก็ด
เพื่อมายึดอาชีพทำสวนเมี่ยง เป็นอาชีพหลักที่นี่
และชาวบ้านส่วนใหญ่จะชอบตั้งที่พักอาศัยหรือบ้านเรือนใกล้ๆกับลำธาร
แต่ก่อนหมู่บ้านแห่งนี้ไม่มีชื่อ จนวันนึกมีดอกไม้ชนิดหนึ่ง สีเหลืองทอง ได้ขึ้นอยู่ตามริมลำธาร
ซึ่งดอกไม้ชนิดนั้นเรียกว่าดอก กำปอง และนี่แหละคือจุดกำเนิดของ ชื่อหมู่บ้านแม่กำปอง
หลายคนอาจสงสัยว่าละคำว่าแม่มาจากไหน คือ ชื่อของดอกไม้ที่เอามาผสมกับแม่น้ำลำธาร แม่
ก็คือแม่น้ำลำธาร ส่วน กำปอง ก็คือดอกไม้เกิดขึ้นใกล้ๆ กับแม่น้ำ นั้นเอง
โดยภายในหมู่บ้าน ยังมีร้านกาแฟเล็ก ๆ เอาไว้ นั่งจิบกาแฟร้อน ๆ พร้อมกับนั่งชมวิวอันสวย และยังมีน้ำตก
และก็วัดเพื่อให้เข้าไปทำบุญในวันว่างๆ เพื่อจิตใจจะได้แจ่มใสและสดชื่นอีกด้วย
และการได้ใช้ชีวิตในแต่ละวันที่ไม่วุ่นวาย ไม่มีเสียงรถรา และไม่มีข่าวที่สะเทือนใจในทุก ๆ วัน
จะมีความสุขแค่ไหน หากคุณได้ไปใช้ชีวิตใน หมู่บ้านแม่กำปอง
จะทำให้คุณลืมการใช้ชีวิตในเมืองที่วุ่นวายเหล่านั้นไปทันทีทันใด…

ข้อควรพิจารณาสำหรับการเลือกที่พัก เพื่อให้ทริปราบรื่นที่สุด

การเป็นนักท่องเที่ยว สิ่งหนึ่งที่ต้องประสบพบเจอแน่นอนก็คือที่พัก
แต่การที่จะเลือกที่พักสักแห่งให้ทริปราบรื่นนั้นจะต้องพิจารณาจากอะไรบ้าง
ลองมาดูกัน

ก่อนอื่นเลยมาดูความสำคัญของการเลือกที่พักให้เหมาะสมกับทริปก่อน
ที่พักนั้นบางคนก็มองว่าเป็นเรื่องจำเป็น บางคนก็มองว่าไม่จำเป็น
เพราะขอให้มีที่ให้ซุกหัวนอนก็พอแล้ว
จากนั้นเมื่อตื่นแล้วก็ค่อยออกไปเที่ยวกันใหม่
แต่อันที่จริงแล้วมันมีอะไรที่ลึกซึ้งกว่านั้น
มีหลายปัจจัยให้เราต้องพิจารณาในการเลือกที่พัก
ถ้าหากว่าต้องการให้ทริปท่องเที่ยวของเราไปได้สวยไร้ซึ่งปัญหา

อย่างแรกสุดเลยก็คือเรื่องพื้นฐานอย่างงบประมาณ
ทุกวันนี้มีโรงแรมที่พักให้เลือกกันหลายเกรด ไล่ไปตั้งแต่โรงแรม 5 ดาว
ไปจนถึงเกสต์เฮ้าส์หรือว่าโฮสเทลราคาประหยัด ลองพิจารณากันให้ดี ดูเอาง่ายๆ
เลยก็คือเรื่องไลฟ์สไตล์ของเรา
ถ้าไม่ได้เน้นว่าต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรมากมาย
ก็จองที่พักที่งบประมาณไม่ต้องสูงมากก็ได้

แต่ว่าก่อนจองนั้นอย่าลืมเทียบราคาผ่านทางเอเยนซี่ต่างๆ ดูก่อน
หรือไม่ก็ตามเว็บไซต์ที่เป็นตัวแทนด้านการจองโรงแรมโดยเฉพาะ
เพราะว่าบางครั้งอาจจะมีโปรโมชั่นดีๆ มาช่วยให้เราเสียเงินน้อยลงก็เป็นได้

เรื่องสถานที่ตั้งก็เป็นเรื่องสำคัญ
ให้ลองประเมินดูว่าทริปท่องเที่ยวของเราจะต้องเดินทางไปยังสถานที่ใดบ้าง
ให้เลือกที่พักให้ใกล้เคียงที่สุด เดินทางไปสะดวกที่สุด
จะทำให้ทริปการท่องเที่ยวของเราราบรื่น
เพราะบางทีการเดินทางที่มากจนเกินไปก็อาจทำให้สภาพร่างกายเหนื่อยล้า
ไม่ค่อยสนุกสักเท่าไหร่นัก
ขณะที่อีกเรื่องที่ควรพิจารณาก็คือที่จอดรถว่ามีเพียงพอหรือไม่

ส่วนนักเดินทางที่ไม่ได้เอารถไปก็ต้องศึกษาให้ดีว่าทางโรงแรมมีบริการด้านการข
นส่งมวลชนบ้างหรือเปล่า
และถ้าไม่มีจะสามารถเดินทางไปไหนมาไหนด้วยวิธีใดได้บ้าง
ควรเลือกให้เดินทางออกจากโรงแรมได้ง่ายที่สุด เพราะจะประหยัดเวลาได้มาก
ไม่ต้องรอรถนาน สู้เอาเวลาที่นั่งรอไปเที่ยวให้เต็มที่กันดีกว่า

เมื่อเลือกโรงแรมกันได้แล้วก็อย่าลืมที่จะเข้าไปอ่านรีวิวของผู้ที่เคยพักจริง
เพราะบางครั้งอาจจะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ทางโรมแรมไม่ได้บอกก็ได้
ให้พิจารณาทั้งข้อดีข้อเสียที่ถูกลงรีวิวเอาไว้
จากนั้นก็นำมาพิจารณาอีกครั้งว่าเราโอเคกับที่นี่แล้วหรือไม่
ถ้าหากว่าโอเคก็ค่อยจองอย่างเป็นทางการ

นี่แหละคือเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับการเลือกที่พัก
ซึ่งจะช่วยให้ทริปการท่องเที่ยวเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้นแน่นอน…

ตามรอยอาหารไทยโบราณ : ขนมจีนซาวน้ำ

ขนมจีนได้ยินเมนูนี้ใครหลายคนอาจรอตะเบ็งคอเป็นเอ็นแล้วเถียงว่า
“ขนมจีน ไหนอาหารไทยโบราณ?” ขอบอกตรงนี้ก่อนเลยว่า
ขนมจีน ไม่ได้มาจาก จีน แผ่นดินใหญ่ เหมือนที่เราเล่นมุขกันนะครับ
แต่มาจากคำมอญ “คนอมจิน” ที่แปลว่าแป้งก้อนที่ทำให้สุกแล้ว
ดังนั้น จึงสันนิษฐานได้ว่า ขนมจีนเป็นอาหารประจำภูมิภาคของเอเชียตะวันออก เพราะคำว่า
แป้งก้อนที่สุกแล้ว หากแผ่นดินไหนปลูกข้าวเจ้าได้
มีครกตำข้าวให้เป็นแป้งได้ ก็คงจะรู้จักวิธีจับแป้งโรยเป็นเส้นต่างๆเหมือนกันหมดนั่นแหละ
ส่วนประวัติความเป็นมาของ “ขนมจีนซาวน้ำ”จุดนี้ค้นข้อมูลชัวร์ไม่เจอจริงๆ
ดังนั้นขอมโนไปว่าเป็นอาหารที่กำเนิดตั้งแต่คนไทยรู้จักโรยแป้งเป็นเส้นแล้วเรียกขนมจีน
ประมาณสมัยสมพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 กระมั้ง
นั่นก็เพราะในตำราแม่ครัวหัวป่าก์ ของท่านผู้หญิงเปลี่ยนภาสกรวงศ์ มีตำรับ “เข้าซาวน้ำ”
ใช้เครื่องปรุงหลักทุกอย่างเหมือน “ขนมจีนซาวน้ำ” ทุกอย่าง
เช่นเดียวกับในหนังสือคึกฤทธิ์พ่อครัวหัวป่าก์ ของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ปราโมช
ว่าแล้วเราก็มาลองปรุงเมนูอาหารไทยโบราณอย่าง
ขนมจีนซาวน้ำ กันดูดีกว่า เริ่มจากเตรียมวัตถุดิบ ไล่ตั้งแต่
ขนมจีน, หัวกะทิ, เนื้อปลากรายขูด, รากผักชี, กระเทียม,
พริกไทย, ขิงอ่อน, พริกขี้หนูซอย, สับปะรด, ไข่เป็ด, กุ้งแห้ง,
เกลือป่น, มะนาว, ลูกมะดันหรือตะลิงปลิง และ
น้ำตาลทรายหรือน้ำตาลปิ๊บเคี่ยว เครื่องเยอะจริงเชียว
วิธีทำเริ่มจากโขลก กระเทียม รากผัก, และ พริกไทย
เข้าด้วยกัน จากนั้นใส่เนื้อปลากรายลงไปและนำน้ำแข็งใส่เกลือลงในชาม
เอาสากลงไปจุ่มแล้วเอามาตำในเนื้อปลากรายเพื่อให้เหนียว
ตำจนปลากรายเหนียวเป็นอันใช้ได้จากนั้นหันมาตั้งน้ำต้มให้เดือด
แล้วปั้นเนื้อปลากรายเป็นก้อนๆ(หรือจะเรียกว่าลูกชิ้นปรากรายก็ได้)
ลงไปต้มให้สุกจากนั้นตักขึ้นใส่น้ำเย็นที่ใส่น้ำแข็งลงไปด้วย
เพื่อให้ลูกชิ้นเด้งน่ารับประทาน เป็นอันเสร็จขั้นตอนเตรียมปลากรายเด้ง
คราวนี้เราจะมาเริ่มทำน้ำกันต่อ เริ่มจากเอา หัวกะทิลงภาชนะ เปิดไฟใส่เกลือเล็กน้อย
แล้วใส่เนื้อลูกชิ้นปลากรายที่เราต้มแล้วลงไปในน้ำกะทิเอาแค่พอเดือดปุดๆ อย่าให้กะทิแตกมันเด็ดขาด
ปิดไฟแล้วพักรอได้เลยสุดท้ายเราจะมาเตรียมเครื่องเคียงขนมจีน ไล่ตั้งแต่นำ
ขิงอ่อน และ มะดัน มาซอยเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วหั่น มะนาว เป็นซีก
วางพักไว้ในถ้วย ตามด้วยนำ สับปะรด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
แล้วพักไว้อีกถ้วย ทั้งหมดใส่ถ้วยเล็กพอมือหยิบเท่านั้น
แค่นี้ยังไม่หมด นำ ไข่เป็ด ไปต้มเป็นไข่ยางมะตูม
และผ่าครึ่งพักไว้อีกถ้วย ต่อด้วยนำ กุ้งแห้ง
ไปโขลกให้ละเอียดขึ้นฟู วางพักไว้อีกถ้วย ต่อด้วยหั่น กระเทียม
และพริก เป็นชิ้นเล็กๆ วางพักอีกถ้วย ปิดท้ายที่ น้ำตาลทราย และ
น้ำกะทิลูกชิ้นปลากราย เป็นอันเสร็จสิ้น ขนมจีนซาวน้ำ…

ท่องเที่ยว.ที่พัก.ร้านอาหาร.เชียงรายไปถึงเเล้วต้องรีบไปเช็กอินที่นี้กันเลย

จังหวัดที่นักท่องเที่ยวสนใจไม่น้อยในประเทศไทยคือจังหวัดเชียงรายเมืองเหนือสุดของสยาม
ที่มีเเหล่งท่องเที่ยวมากมายให้เราได้สัมผัสเเละเเต่ละที่นั้นมีสิ่งสวยงามอย่างมากให้เราได้เก็บภาพความประทับใจไว้
เเละหากไปเป็นหมู่คณะยิ่งดีใหญ่เลยจะสนุกอย่างมากหากพามาเที่ยวเชียงราย
เเละที่ไหนบ้างที่น่าสนใจในจังหวัดเชียงรายเราไปดูกันเลย

สวนเเม่ฟ้าหลวง
เเนะนำเลยหากใครที่ชอบบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติต้องมาที่นี้เลย
ท่านจะได้เจอกับดอกไม้เมืองหนาวหลายชนิดที่ว่างถ่ายรูปกันไม่หวาดไม่ไหวกันเลยทีเดียว มีเเต่สวยๆทั้งนั้น
เเละยังมีจุดชมวิวที่สวยงามอย่างมาก
ใครไปเเล้วต้องประทับใจอย่างเเน่นอน
หากได้ไปหน้าหนาวเเล้วจะรู้สึกประทับใจอย่างมากกับ
บรรยากาศที่เย็นสบายไปเเล้วรับรองว่าคุ้มค่าอย่างเเน่นอน
เเละยังมีสินค้าของที่ระลึกจำหน่ายอีกด้วย
อย่าลืมเลยว่าหากไปเชียงรายเเล้วต้องไม่พลาด สวนเเม่ฟ้าหลวง
สถานที่ต่อมาคือ

ภูชี้ฟ้า
เป็นภูที่อยู่ในระดับความสูงเหนือกว่าน้ำทะเล1200-1800 เมตร
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องไปชมจำนวนมากในเเต่ละปี
หากไปในหน้าหนาวจะได้สัมผัสบรรยากาศที่เย็นสบายใจ
เเละหากได้ขึ้นไปเเล้วจะเห็นวิวสวยงามอย่างมาก
เเละหากไปในเวลากลางคืน จะได้เห็นดาวมากมาก
เป็นสุดยอดวิวของเมืองไทยเลยทีเดียว
ว่ากันว่าหากมาเชียงรายเเล้วไม่ได้ไปที่ภูชี้ฟ้าก็เหมือนกับว่าไปไม่ถึง
มาถึงเชียงรายเเล้วต้องไปเลยรับรองสวยงามไม่มีผิดหวังอย่างเเน่นอน
ต่อมาเป็น

ไร่ชาฉุยฟง
เป็นเนินเขากว่า1000ไร่
ที่มีเเต่ชาสีเขียวขวีล้อมรอบเต็มไปหมด เเละไร่ชาเเห่งนี้
มีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวเเต่ละปีเป็นจำนวนมากเป็นเเหล่งผลิตชาชั้นดี
ของเมืองไทยอีกด้วย ใครที่ไปต้องไปลองชิมชาดีดี
เเละไปชมไร่ชาทีดูเเล้วสบายตาอย่างมากเหมาะเเก่การพักผ่อนอย่างยิ่ง
เเละที่นั่นมีบริการอาหารเครื่องดื่มเพียบรับรองคุณจะเจอของกินที่ถูกใจอย่างเเน่นอน
เเละที่เที่ยวที่สำคัญของเชียงรายที่ห้ามพลาดคือ

วัดร่องขุ่น
เป็นวัดที่มีชื่อเสียงระดับโลก เป็นผลงานการสร้างโดยอ.เฉลิมชัยโฆษิตพิพัฒน์
ที่มีความเก่งกาจสามารถสร้างวัดที่สวยงามเพื่อนักท่องเที่ยวไม่ว่าชาติไหนมาเที่ยวเชียงรายก็ต้องเเวะที่วัดเเห่งนี้ก่อน
วัดร่องขุ่นมีศิลปะที่งดงามอย่างมาก เเบบวัฒนธรรมล้านนา
ใครที่ไปต้องถูกใจอย่าวเเน่นอน เพราะมันคือศิลปะระดับโลกของเเท้
ไปถ่ายรูป ไปชมศิลปะที่เราชอบ เก็บภาพความทรงจำกลับบ้าน
รับรองว่าท่านต้องประทับใจเเน่หากได้ไป
เเละทั้งหมดที่กล่าวมาคือเเหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของจังหวัดเชียงราย
ที่อยากให้นักท่องเที่ยวที่ไปเยือนจังหวัดที่อยู่เหนือสุดของเมืองไทยได้ไปชม
เชื่อว่าต้องชอบอย่างเเน่นอนเพราะมีเเต่สิ่งสวยงามที่รอท่านอยู่ให้ไป
ต้องบอกว่าจังหวัดเชียงราย มีของกินเเหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงามไม่เเพ้ที่ใดในโลกใบนี้หากมีเวลาเเล้วขอให้คิดถึงจังหวัดเชียงราย
บอกได้เลยว่าท่านต้องไม่ผิดหวังกับการไปเยือนอย่างเเน่นอน…

จัดอันดับ 3 ที่เที่ยวสุดฮิตรับอากาศหนาวพร้อมชมธรรมชาติ

หน้าหนาวกำลังใกล้เข้ามาหลายคนเริ่มที่จะวางแผนการเที่ยวเพื่อออกไปสัมผัสอากาศหนาวต้อนรับปีให
ม่เราจึงจัดอันดับสามสถานที่น่าเที่ยวช่วงหน้าหนาวมาให้ชมกันเผื่อจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้นว่าจะใ
ช้ช่วงเวลาหน้าหนาวที่ใดกันดี
เขาพะเนินทุ่ง
เริ่มกันที่อันดับ 3 อาจจะไม่ได้ถูกตั้งอยู่ในจังหวัดที่โด่งดังเรื่องอากศหนาว แต่ธรรมชาติอันสวยงาม
และอากาศที่ยอดเยี่ยมก็ทำให้ที่นี่โดดเด่นไม่แพ้ใคร
และรับรองได้ว่าหากใครได้มาเยือนจะต้องหลงรักอย่างแน่นอนที่แห่งนี้คือเขาพะเนินทุ่งนั่นเอง
โดยตั้งอยู่ในจังหวัดเพชรบุรี ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
ซึ่งหากพูดถึงแก่งกระจานหลายคนอาจจะคิดไปถึงที่ล่องแก่งเพราะที่นี่มีชื่อเสียงอย่างมากสำหรับคนรักก
ารเที่ยวแบบแอดเวอร์เจอร์การล่องแก่งตามแม่น้ำ
แต่ก็มีสถานที่ที่มช้พักผ่อนสบายๆชิลๆรับอากาศหนาวเช่นเดียวกัน
โดยเขาพะเนินทุ่งนั้นอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,207
เมตรเลยทีเดียวส่วนสภาพอากาศด้านบนช่วงกลางวันจะเย็นสบายๆ
แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางคืนอุณหภูมิจะลดลงมาอย่างรวดเร็ว
โดยบริเวณรอบๆจะเต็มไปด้วยต้นไม้นานาพันธ์แถมมีวิวเทือกเขาหลายลูกสลับกันไปดูสวยงาม
และยังกว้างขวาง ซึ่งเดือนที่น่ามาเยือนเขาพะเนินทุ่งมากที่สุดคือเดือนพฤศจิกายน
เพราะอากาศกำลังหนาวแถมยังมีทะเลหมอกให้ได้ชมกันอีกด้วย
ภูชี้ฟ้า
อันดับสองได้แกภูชี้ฟ้า
แน่นอนว่าน้อยคนที่จะไม่รู้จักเพราะดอยชี้ฟ้าถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้นๆของเมืองไทยใน
ช่วงหน้าหนาวเลยทีเดียว สำหรับภูชี้ฟ้านั้นตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงราย
โดยเมืองขึ้นไปด้านบนจะได้เห็นวัฒนธรรมของชาวเขาบางชนเผ่าที่ยังคงความเป็นอยู่
และใช้ชีวิตตามปกติดั้งเดิมเอาไว้แมถยังมีสินค้าจากหมู่บ้านที่เป็นผักสดใหม่ให้ได้ลองชิมกัน
นอกจากนี้ยังได้สัมผัสไปกับบรรยากาศหนาวเย็นที่จุดชมวิวนั้นสามารถมองเห็นทะเลหมอกได้
ซึ่งที่นี่อยู่สูงจากน้ำทะเล 1628 เมตร
ซึ่งเมื่อเข้าสู่ช่วงหน้าหนาวจะทำให้อากาศนั้นหนาวเย็นสุดๆกันเลยทีเดียว
เขาช้างเผือก
นี่คืออีกหนึ่งไฮไลท์สถานที่ท่องเที่ยวน่าหนาวที่ควรไปเยือนสักครั้ง
โดยเขาช้างเผือกตั้งอยู่ในจังหวัดกาญจนบุรี ในอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ซึ่งอยู่สูงจากน้ำทะเล 1249
เมตร อาจจะสูงไม่มากเท่ากับอันดับอื่นๆ แต่อากาศนั้นจัดว่าหนาวเย็นกำลังดีเลยทีเดียว
โดยลักษณะของเขาช้างเผือกนั้นจะเป็นทางยาวให้เดินไปตามสันเขาสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม่้
โดยทางเดินจะอยู่สูงลาดยาวไปหลายกิโลเมตรบางคนเรียกว่าสันคมมีดด้วยเหตุเพราะทางเดินนั้นสั้นแถม
ค่อนข้างอันตรายที่ต้องใช้ความระวังในการเดิน แต่จุดเด่นคือมันสามารถเดินไป และชมวิวไปได้ถึง 360
องศาเลยทีเดียวด้วยเหตุนี้มันจึงถูกจัดอยู่ในอันดับที่หนึ่งของเรา…

ท่องเที่ยว.ที่พัก.ร้านอาหาร.สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจจังหวัดสมุทรสงคราม

แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงครามมีเเหล่งที่ให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสได้มากมาย
ซึ่งต้องบอกว่าไม่เหมือนที่ใดอย่างเเน่อนเเละที่สำคัญนอกจากที่ท่องเที่ยวเเล้วยังมีที่กินเพื่อให้คนชอบชิมได้สัมผัสกับอาหารที่น่าสนใจด้วย
ถือว่าเป็นจังหวัดที่มีสิ่งครบครันให้นักท่องเที่ยงได้มากพักผ่อนคลายความเครียดจากการทำงาน
ที่เเรกที่เราจะพาไปคือ…

วัดเพชรสมุทรวรวิหาร
เป็นวัดที่อยู่คู่เมืองสมุทนสงครามเป็นที่ประดิษฐ์ฐานของหลวงพ่อวัดบ้านเเหลมที่ถือว่า
เป็นพระที่มีความศักดิ์อย่างมากเป็นที่เคารพของคนในท้องถิ่นเเละที่สำคัญคือหากได้ไปไหว้ขอพรจะเป็นศิริมงคลเเก่ตัวท่านเองอย่างมาก
นักท่องเที่ยวที่มาสมุทรสงครามขอให้มาสักการะหลวงพ่อวัดบ้านเเหลมก่อนที่จะเดินทางไปที่ท่องเที่ยวในที่ต่างๆ
ที่เที่ยวต่อมาคือ…

โครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์
เป็นโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ภายในโครงการได้เเบ่งออกเป็นสามส่วน คือพิ้นที่สวนชัยพัฒนานุรักษ์ ,
ลานวัฒนธรรม เเละ ลานสวนชัยพัฒนานุรักษ์ รวมไปถึงร้านชุมชนของโครงการ เเละอีกมากมาย
เป็นพื้นที่ที่มีความเป็นธรรมชาติอย่างมาก
เป็นเเหล่งเรียนรู้ในเรื่องของการอนุรักษ์ธรรมชาติเเบบครบวงจรใครมาเเล้วก็จะชอบอย่างเเน่นอน
ต่อมาคือ…

ชุมชนร่มหุบ
เป็นตลาดทางรถไฟสถานนีรถไฟเเม่กลอง
ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ คือเวลามีรถไฟมาร่มทุกคันจะหุบเเเละเวลา
รถไฟไปเเล้วร้านต่างๆก็จะกางร่มออกมา เป็นเอกลักษณ์ของตลากเเห่งนี้
ซึ่งนักท่องเที่ยวจะชอบไปถ่ายรูปเพราะมีความสวยงามเเละมีความเเปลกตาอย่างมาก
ส่วนของกินก็มีให้เลือกหลาหลายเหมือนกับตลาดทั่วไปใครสนใจก็ไปเเวะเวียนกันได้เลย
ที่เที่ยวต่อมาคือ…

ตลาดอัมพวา
เป็นที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวเป็นจำนวนมากเเละได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงสำหรับจังหวัดสมุทรสงคราม
มีทั้งที่พักเเละอาหารที่รอรับรองนักท่องเที่ยวที่เข้ามาชม
เเละหากใครไปต้องการที่จะเที่ยวให้เต็มอิ่มก็สามารถจับจองที่พักได้เเบบมีมากมาย
ท่านจะได้ชมธรรมชาติในตอนเช้าของคลองอัมพวาที่มีความคลาสสิคอย่างมาก
หากใครไปเเล้วจะมีความชื่นชอบอย่างเเน่นอน เเละที่ทำคัญของกิน ทั้ง
กุ้ง หอย ปู ปลา จะมีความสดอย่างมากในตลาดอัมพวา
มีร้านให้เลือกกินมากมายท่านจะมีความสุขกับการใช้ชีวิตนักท่องเที่ยวที่อัมพวาอย่างเเน่นอน
หากใครต้องการไปเที่ยวขอเเนะนำให้ท่านควรที่จะหาที่พักนอนสักคืนหรือสองคืนจะได้เต็มอิ่มกับ
ธรรมชาติเเละจะได้กลับบ้านอย่างมีความสุขเเน่นอน

เเละทั้งหมดนี้คือที่เที่ยวของจังหวัดสมุทรสงครามที่พร้อมที่จะรอรับนักท่องเที่ยวที่จะไปเยือน
นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นเเละยังมีที่ท่องเที่ยวอีกเพียบภายในจังหวัดซึ่งจังหวัดสมุทรสงครามถือเป็นจังหวัดที่
เงียบสงบเหมาะกับการที่จะให้ท่านมาพักผ่อนอย่างมากเเละหากได้ไปเเล้วจะต้องถูกใจเเละอยากที่จะไปซ้ำอีกเเน่…

โฮมสเตย์ริมทะเลราคาถูก

ยุคนี้สถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ คงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่หลายๆคนถามถึง ด้วยราคาที่ถูกลงมากแม้มีงบน้อย
ก็สามารถไปเที่ยวได้ บทความนี้จะมาแนะนำถึงสถานที่ท่องเที่ยวตากอากาศ ที่ราไม่แพงด้วยราคาหลักร้อยถึงพันต้นๆ คุ้มค่าแก่วันหยุดพักผ่อน

1.วังใหญ่โฮมสเตย์ จ.สมุทรปราการ…. เป็นอีกหนึ่งโฮมสเตย์ที่พลาดไม่ได้เลย
เพราะคุณจะได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวประมงที่คนไม่พลุกพล่าน ตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ ชุมชนบ้านขุนสมุทรจีน
จ.สมุทรปราการ…. ราคาต่อคนอยู่ที่ 500 บาทเท่านั้น ราคานี้รวมค่าอาหารแล้วอีกด้วย

2.บ้านสวนริมน้ำ โฮมสเตย์ จ.จันทบุรี ตั้งอยู่ระหว่างภูเขาสองลูกคือเขาคิชฌกูฏและเขาสอยดาว
บ้านพักที่อยู่ในสวนผลไม้ติดน้ำตก บรรยากาศโอบล้อมด้วยต้นไม้ ลำธาร และขุนเขา อากาศเย็นสบายตลอดปี
บ้านพักมีทั้งหมด 10 หลัง มีทั้งเป็นบ้านพัก และบ้านไม้ไผ่พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก
กิจกรรมมีให้เลือกทำหลากหลาย อาทิ ปั่นจักรยาน, เดินป่า, ชมนกชมไม้ ส่วนใหญ่นิยมเล่นน้ำ
และชมชิมผลไม้ตามฤดูกาล ห้ามพลาดชิมเมนูพื้นบ้าน น้ำพริกกะปิ, ผักต้ม และหมูชะมวง ราคาที่พักเริ่มต้น 500 –600 บาทต่อคน

3.บ่อฝ้าย โฮมสเตย์
ที่พักติดริมทะเลหัวหินราคาถูกที่ดูแลโดยส่วนราชการ
ซึ่งเป็นบ้านพักสวัสดิการทหารอากาศที่เปิดให้คนทั่วไปเข้าพักได้ในราคาเบา ๆ
มีให้เลือกทั้งแบบบังกะโลและอาคารที่ สามารถมองเห็นวิวทะเลได้เลย เหมาะกับคนที่มีญาติเป็นทหาร ตำรวจ
เพราะจะได้ส่วนลดพิเศษ ส่วนบุคคลทั่วไปจะราคาสูงกว่านิดหน่อย ที่สำคัญคือรับรองความปลอดภัย
แน่นอนประเภทห้องพักแบบคอนโด เริ่มต้น 800 บาท

4.บลูเวฟ หัวหิน บลูเวฟ หัวหิน ที่พักสุดเงียบสงบบนอ่าวตะเกียบ ตั้งอยู่ติดกับทะเล
เดินเพียงไม่กี่ก้าวก็ได้สัมผัสกับท้องทะเลกว้างใหญ่ ให้บริการที่พักแบบโรงแรม ห้องพักตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น
กว้างขวาง สีสันสบายตา เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ ทีวีจอแอลซีดี อินเทอร์เน็ตไร้สาย
โซฟา ไดร์เป่าผม ของใช้ภายในห้องน้ำ มินิบาร์ ฯลฯ ทุกห้องจะมีระเบียงให้ได้ชมวิวและนั่งชิลยามว่าง
บางห้องสามารถมองเห็นวิวทะเลได้ไกลสุดลุกหูลูกตา บรรยากาศดีมาก ๆ นอกจากนี้พนักงานต้อนรับยังมีอยู่ตลอด
24 ชั่วโมง มีสระว่ายน้ำ ยิม ร้านอาหารไว้บริการด้วย ราคาเริ่มต้นที่ 1,000-1,300 บาท

5.ไอสไตล์ หัวหิน (I Style Huahin)ตั้งอยู่ที่ซอยหัวหิน 19 ห่างจากชายหาดหัวหินเพียง 300 เมตร
เป็นบูติคโฮเทลขนาดเล็กสไตล์โมเดิร์น เปิดให้บริการห้องพักทั้งหมด 23 ห้อง
ห้องพักทุกห้องถูกออกแบบให้มีลักษณะเฉพาะและแตกต่างกันออกไปตามสีสัน และอารมณ์ความรู้สึก
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนและการบริการอย่างเป็นกันเอง
ที่ตั้ง ซ.หัวหิน19 ถ.เพชรเกษม อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ราคาตั้งแต่ 500 –3,900 บาท…