ทำไมคนต่างชาติถึงชอบแห่กันมาเที่ยวที่เมืองไทย

สำหรับคนไทยแล้ว
การท่องเที่ยวในบ้านเราก็ถือว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่ทุกคนทำกันเป็นปกติ
แต่สำหรับชาวต่างชาติ พวกเขาก็ชอบแห่กันมาเที่ยวในบ้านเราเหมือนกัน
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?

ในมุมมองคนต่างชาติแล้ว
ประเทศไทยนับว่าเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ
ที่พวกเขาจะมาท่องเที่ยวกัน เหตุผลมันก็มีมากมายหลายหลาก
เริ่มต้นกันที่เรื่องของความงดงามตามธรรมชาติ
บ้านเราขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องความสวยงามในด้านนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งชายหาดและท้องทะเลทางภาคใต้
ซึ่งดูเหมือนจะเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก
ขณะที่สถานที่ท่องเที่ยวแนวภูเขา ทางภาคเหนือก็มีให้ได้ชม
และถ้าอยากเห็นน้ำตก ภาคกลางก็มีหลายที่ที่สวยๆ เช่นกัน
เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์โดยแท้สำหรับคนรักธรรมชาติ

มิตรไมตรีของผู้คนชาวไทยก็เป็นสิ่งที่มัดใจนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
แม้ว่าจะมีข่าวในแง่ลบเกี่ยวกับผู้คนในบ้านเราอยู่บ้าง
แต่ส่วนใหญ่แล้วคนไทยเป็นมิตรกับชาวต่างชาติกันมาก
ยินดีให้ความช่วยเหลือทุกอย่าง แม้บางครั้งอาจสื่อสารกันไม่เข้าใจ
แต่ก็มีความพยายามที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่
ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่นักท่องเที่ยวจะได้รับความรู้สึกดีๆ กลับบ้านไป

ขณะที่เรื่องของค่าครองชีพก็เป็นสิ่งที่ทำให้ชาวต่างชาติรู้สึกเพลิดเพลินเป็นอย่าง
มากกับการใช้ชีวิตในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นค่าที่พัก, ค่าอาหาร
หรือการช็อปปิ้งต่างๆ พวกเขาสามารถใช้เงินในจำนวนที่ไม่มาก
ทุกอย่างแตกต่างไปจากสถานที่ท่องเที่ยวแพงๆ ทั่วโลก เพียงแค่เงิน 50
บาทเท่านั้น ก็สามารถหาข้าวทานได้อิ่มแล้ว 1 มื้อ ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เงินแพงๆ
เลยสำหรับอาหารมื้ออร่อย

พูดถึงอาหารไทย นี่ก็เป็นอีกหนึ่งจุดขายของบ้านเรา
เพราะว่ามีอาหารการกินอร่อยๆ ให้เลือกชิมกันเพียบ
ไม่ว่าจะเป็นอาหารตามภัตตาคารหรือว่าจะเป็นอาหารข้างทาง
อีกทั้งอาหารในแต่ละภาคก็มีความแตกต่างกันชัดเจน
ทุกอย่างคือประสบการณ์ใหม่ๆ ที่รอให้นักท่องเที่ยวได้มาค้นหา
แม้ว่าหลายเมนูจะเผ็ด แต่พวกเขาก็พร้อมที่จะลอง
เพื่อสัมผัสถึงความเป็นไทยถึงที่สุด

สำหรับนักเดินทางที่ต้องการไปเที่ยวหลายประเทศในทริปเดียว
ประเทศไทยถือเป็นจุดท่องเที่ยวที่สามารถเชื่อมต่อไปยังประเทศต่างๆ ได้สะดวก
ถ้านักท่องเที่ยวมีเวลาว่าง พวกเขาก็จะไม่ลังเลที่จะแวะเที่ยวในบ้านเรา
ใส่ประเทศไทยเป็นหนึ่งในทริปด้วย
มันคือความสะดวกสบายของการเดินทางที่ทำให้พวกเขาแวะเวียนมายังที่นี่กันมา

ด้วยเหตุผลที่หลากหลายเหล่านี้จึงทำให้ชาวต่างชาตินิยมเดินทางมาท่องเที่ยวกัน
ที่ประเทศไทย
ไม่น่าแปลกใจเลยที่เราจะเห็นพวกเขาเหล่านี้มาหาประสบการณ์ที่บ้านเรากันทุกๆ
ปี…

แนะนำการท่องเที่ยวสิงคโปร์ ประเทศเล็กๆ ที่มีอะไรหลายอย่างน่าสนใจ

สิงคโปร์เป็นประเทศเล็กๆ
ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ผู้คนนิยมเดินทางไปเที่ยวกัน
นั่นเพราะว่าแม้พื้นที่ของมันจะไม่ได้กว้างใหญ่มาก
แต่มันก็มีเสน่ห์ในแบบเฉพาะตัว มีหลายอย่างที่น่าสนใจไม่น้อย
เริ่มต้นกันที่ความสนุกความบันเทิง ที่เกาะเซนโตซ่านั้นเป็นที่ตั้งของ ยูนิเวอร์ซัล
สตูดิโอ สิงคโปร์ ซึ่งเป็นธีมพาร์คที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของโลก
ดังนั้นจึงไม่ต้องบรรยายอะไรมาก ไม่ใช่แค่เด็กๆ เท่านั้นที่ชื่นชอบมัน
เพราะต่อให้โตแล้วก็สามารถหาความสุขจากที่นี่ได้อย่างไม่เคอะเขิน
นอกเหนือจากนั้นแล้วที่เกาะเซนโตซ่าก็ยังมีความบันเทิงอีกมาก อย่างเช่น
ทริคอายมิวเซียม, มาริน่า ไลฟ์ พาร์ค, พิพิธภัณฑ์ มาดาม ทูโซด์ รวมไปถึง เมก้า แอดเวนเจอร์
เรียกได้ว่ามีความสนุกและกิจกรรมหลากหลายรูปแบบให้ได้เลือกสรร
ไม่ว่าจะเป็นคนชอบอะไรแบบไหนก็ไม่มีเบื่ออย่างแน่นอน
ไปยังตัวเมืองกันบ้าง สำหรับคนที่ชื่นชอบการช็อปปิ้ง ไม่ควรพลาด มารินา เบย์
แซนด์ส ซึ่งรวบรวมร้านค้าแบรนด์ดังต่างๆ เอาไว้มากมายที่นี่ ที่ลืมไม่ได้เลยก็คือ
ถนนออร์ชาร์ด ซึ่งขึ้นชื่ออยู่แล้วในฐานะย่านช็อปปิ้งของสิงคโปร์
ขณะที่ย่านไชน่าทาวน์ก็มีของขายให้เลือกซื้อตามแบบฉบับชาวจีนเช่นกัน
นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบแนวธรรมชาติจะต้องหลงรัก การ์เดน บาย เดอ เบย์
ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างธรรมชาติกับศิลปะแบบโมเดิร์น
นอกเหนือไปจากสวนสวยๆ
และดอกไม้ให้เลือกชมกันแล้วก็ยังมีโดมน้ำตกจำลองสวยๆ
ให้เข้าไปสัมผัสความงดงามของมันกันอีกด้วย ขณะที่ โบทานิก การ์เด้นส์
ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากนักก็เป็นอีกสถานที่ที่คนรักธรรมชาติน่าจะชื่นชอบ
เรื่องของศิลปะวัฒนธรรมก็มีให้เลือกชม อย่างเช่น มัสยิดสุลต่าน
ที่เป็นมัสยิดสำคัญสำหรับชาวมุสลิมที่นี่
โดยเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมที่มีความสวมงาม
ขณะที่วัดแขกศรีมาริอัมมันก็มีสถาปัตยกรรมในแบบฉบับของตัวเอง
สามารถเพลิดเพลินไปกับศิลปะงานแกะสลักรูปเทวดาต่างๆ
ตามความเชื่อฮินดูได้อย่างเต็มที่
ใครที่ชื่นชอบการปาร์ตี้สังสรรค์ช่วงกลางคืน จะต้องชื่นชอบการไปนั่งจิบเบียร์ที่
คลาร์กคีย์ ซึ่งบรรยากาศคึกคักเป็นอย่างมาก
แม้ว่าจะไปคนเดียวก็เชื่อได้เลยว่าไม่มีเหงาอย่างแน่นอน เผลอๆ
อาจได้เพื่อนใหม่เป็นมิตรภาพระหวางท่องเที่ยวกันอีกด้วย
นี่คือหลากหลายความน่าสนใจของประเทศเล็กๆ
อย่างสิงคโปร์ที่รอให้นักท่องเที่ยวเข้าไปค้นหา
ซึ่งก็นับว่าเป็นอีกจุดหมายปลายทางที่เหมาะสมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย
เพราะว่าเดินทางไปจากบ้านเราไม่นานเลย
ของแบบนี้ถ้ามีโอกาสก็น่าจะเดินทางไปพิสูจน์กันเอาเอง
แล้วจะรู้ว่าสิงคโปร์นั้นมีอะไรที่น่าสนใจมากมายอย่างที่ได้บรรยายเอาไว้จริงๆ…

3 ร้านอร่อยศรีย่าน อร่อยยั่วน้ำลาย ไม่ว่าใครก็อดใจไม่ไหว

ศรีย่าน ถือเป็นอีกหนึ่งย่านเก่าแก่และคึกคักในกรุงเทพมหานคร
เรียงรายด้วยร้านค้าที่เต็มไปด้วยของอร่อยๆ ทั้งเมนูข้าวต่างๆ, ก๋วยเตี๋ยว, ร้านขนมปัง
และร้านนม ที่ดึงดูดนักชิมจำนวนมากให้มาลิ้มลองและยั่วน้ำลายจนไม่ว่าใครๆ
ก็อดใจไม่ไหว วันนี้เราขอคัดร้านอร่อยในศรีย่าน
ที่คุณต้องแวะเช็กอินมาฝากรับรองว่าไม่มีคำว่าผิดหวัง
1. ร้านลูกชิ้นศรีย่าน
ลูกชิ้นเนื้อเจ้าเก่าและไม่มีสาขาที่ไหน แม้เมนูที่ร้านถึงจะมีให้เลือกไม่เยอะ
แต่เรื่องรสชาติไม่มีคำว่าผิดหวัง เครื่องมีให้เลือก 2 อย่าง คือลูกชิ้นกับเนื้อสด
ใครชอบเป็นก๋วยเตี๋ยว แนะนำเมนูเด็ดอย่าง ก๋วยเตี๋ยวเกาเหลา, ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ
และลูกชิ้นเนื้อวัว ที่รสชาติอร่อยแบบไม่ต้องปรุง
ลูกค้าทั้งขาจรและขาประจำต่างมาฝากท้องกันที่ร้านนี้อย่างไม่ขาดสาย
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-17.00 น.
พิกัด : ถนนนครไชยศรี แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ
เบอร์โทรศัพท์ : 02 243 3537
2. ร้านข้าวต้มศรีย่าน
ร้านข้าวต้มของศรีย่าน มาพร้อมกับรายการอาหารมากมาย
ละลานตาจนเลือกสั่งกันไม่ถูกเลยทีเดียว ครบเครื่องทั้ง หมูหวาน, ไข่เจียวหมูสับ,
แกงจืดเต้าหู้ขาวหมูสับ, ต้มยำ, ผักผัดบุ้งไฟแดง, คะน้าผัดหมูเค็ม,
ซี่โครงหมูทอดกระเทียมพริกไทย และผัดกระเฉดน้ำมันหอย เป็นต้น
กินคู่กับข้าวต้มร้อนๆ หรือข้าวสวยก็รับรองว่าอร่อยไม่แพ้
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 17.00-24.00 น. (หยุดทุกวันอังคาร)
พิกัด : ถนนนครไชยศรี แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ
เบอร์โทรศัพท์ : 02 241 1897
3. ร้านบะหมี่หัวโต
ร้านก๋วยเตี๋ยวรสเด็ดเจ้านี้ อยู่บริเวณด้านหลังท็อปส์ซุปเปอร์มาร์เก็ต (ถนนสามเสน)
แม้จะเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวที่ดูธรรมดา แต่เรื่องรสชาติจัดว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
เพราะครบครันด้วยเมนูก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆ มากมาย
เมนูที่เราอยากแนะนำ บะหมี่เกี๊ยวหมูแดง-หมูกรอบ คนรักหมูกรอบต้องฟินมากๆ
ที่เต็มไปด้วยความนุ่ม มัน และกรอบกำลังดี อร่อยคู่กับน้ำซุปที่หวานกลมกล่อม
จนไม่ต้องเสียเวลาปรุงเพิ่มได้อย่างลงตัวสุดๆ รับรองว่าต้องสั่งเพิ่มกันอย่างแน่นอน
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-19.00 น.
พิกัด : ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ
เบอร์โทรศัพท์ : 089 171 3883…

ไหว้หลวงพ่อขาว เขาใหญ่

เขาใหญ่นั้นมีระยะทางห่างจากกรุงเทพประมาณ 180 กิโลเมตรครับ
ขับรถก็จะใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงได้
ยังก็ลองวางแผนกันดูครับว่าจะออกจากกรุงเทพกี่โมง ถนนหนทางก็ดีเลยครับ
ขับไม่ยากเท่าไหร่ วิ่งออกถนนพลโยธิน ไปทางสระบุรี เข้าถนนมิตรภาพ
ใครกลัวจะหลงผมแนะนำให้โหลดแอฟ กูเกิ้ลแมพมาใช้ครับ
เพราะทริปนี้ผมใช้กูเกิ้ลแมพนำทางมาเหมือนกัน เดียวไปเริ่มเที่ยวเขาใหญ่กันเลย
วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม หลวงพ่อขาว เขาใหญ่
จุดแรกที่จะแวะเที่ยวนั้นก็คือวัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม หลวงพ่อขาว เขาใหญ่
ครับวิธีการเดินทางมาก็ไม่ยากครับปักมุดจากกูเกิ้ลแล้วขับตามมาได้เลยหลายๆคน
คงจะเคยเห็นภาพสวยๆ จากคนที่มาเที่ยวเขาใหญ่
เป็นพระองค์ใหญ่สีขาวตั้งอยู่บนเขามีถนนมุ่มตรงไปยังองค์พระ
ซึ่งผมเห็นภาพแล้วก็คิดไว้ว่า จะต้องมาเที่ยวถ่ายรูปให้ได้
เมื่อมีโอกาสมาเที่ยวเขาใหญ่รอบนี้เลยไม่พลาดครับ หาข้อมูลมาได้ว่าวัดนี้คือ
วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม หรือ วัดหลวงพ่อขาว นั่นเอง
สำหรับการเดินทางมาวัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม หรือวัดหลวงพ่อขาว
ก็ไม่ยากครับ เริ่มต้นเดินทางจากริมถนนมิตรภาพ หลักกิโลเมตร 151 มุ่งหน้า
จ.นครราชสีมา (สังเกตุง่าย ๆ พบเห็นร้าน Fly Now ทางขวามือ ก็กลับรถได้เลย)
ที่ตั้งของวัดอยู่ห่างจากถนนใหญ่ตรงไปประมาณ 2 กม.ครับ
เลี้ยวซ้ายจากถนนใหญ่เข้ามาก็พบแล้วครับ หลวงพ่อขาว
วิธีสังเกตุง่ายๆก็คือเราจะสามารถมองเห็นหลวงพ่อขาวตั้งเด่นสง่าอยู่บนเขา
ถ้าเห็นแบบนี้ก็แสดงว่าใกล้ถึงแล้ว
ข้อมูลวัดหลวงพ่อขาว เขาใหญ่
วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม ตั้งอยู่บริเวณเขาสีเสียดอ้า หมู่บ้านกลางดง
ทางฝั่งขวาของทางหลวงหมายเลข ๒ (ถนนมิตรภาพ) ตรงหลักกิโลเมตรที่ 150
มีทางแยกเข้าไปอิก 2 กิโลเมตร มีถนนราดยางเข้าไปถึงวัด
ที่วัดนี้มีพระพุทธรูปปางประทานพรสีขาว ขนาดใหญ่ ชื่อว่า
พระพุทธสกลสีมามงคลชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า หลวงพ่อขาว ขนาดหน้าตักกว้าง
27.25 เมตร สูง 45 เมตร สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก
โดดเด่นอยู่บนยอดเขาสูงจากระดับพื้นดิน 112 เมตร
ทางซ้ายและทางขวาขององค์พระพุทธรูป
สร้างโค้งเว้าในลักษณะใบโพธิ์ บันไดทั้งหมด มี 1250 ขั้น หมายถึง
จำนวนพระอรหันต์ที่ไปชุมนุมกันโดยมิได้นัดหมายในวันมาฆบูชา
องค์พระพุทธรูปประดิษฐานอยู่เหนือพื้นดิน 112 เมตรหรือ 56 วา หมายถึงพระพุทธคุณ 56 ประการ
องค์พระสูง 45 เมตร หมายถึง พระพุทธองค์โปรดเวไนยสัตว์อยู่ 45 พรรษา
หรือเรียกว่า ทรงทำพุทธกิจอยู่ 45 พรรษา หลังจากที่ตรัสรู้แล้ว…

5 สถานที่ท่องเที่ยวประเทศกัมพูชา

ประเทศกัมพูชา หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อสั้นๆว่า เขมร
ถือว่าเป็นประเทศแห่งอารยธรรมขอมเก่าแก่
เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดกับประเทศไทย
เชื่อเลยว่าหากผู้ถึงประเทศนี้หลายๆคนอยากจะนึกไปถึงนครวัด-นครธม
แต่ทว่าจริงๆแล้ว กัมพูชา นั้นไม่ได้ดีแค่เท่านี้
ยังมีอย่างอื่นที่น่าสนใจ ซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำ 5
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศกัมพูชาที่น่าไปลองสัมผัสกัน
1.โตนเลสาบ
โตนเลสาบ
เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ตั้งอยู่บริเวณตรงกลางของประเทศกัมพูชา
ห่างจากเมืองเสียมราฐไปทางทิศใต้ราว ๆ 15 กิโลเมตร
ทะเลสาบแห่งนี้มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 10,000 ตารางกิโลเมตร
ความลึกโดยเฉลี่ยของทะเลสาบประมาณ 14 เมตร
น้ำในทะเลสาบไหลมาจากแม่น้ำโขง
โดยรอบของทะเลสาบเต็มไปด้วยพืชพรรณต่าง ๆ มากมาย
มีสัตว์ป่าและสัตว์น้ำจืดหลากหลายชนิด
2.เมืองพระสีหนุ
เมืองพระสีหนุ หรือกำปงโสม
เป็นเมืองริมทะเลที่ได้รับความนิยมจากทั้งนักท่องเที่ยวกัมพูชาและชาวต่
างชาติ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงพนมเปญ
ที่นี่มีชายหาดที่สวยงาม หาดทรายขาวสะอาด บรรยากาศเงียบสงบมาก
อีกทั้งยังมีเกาะเล็กเกาะน้อยอยู่กลางทะเลอ่าวไทยอีกกว่า 10 เกาะ
ซึ่งแต่ละเกาะก็มีความสวยงามแตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะเกาะรง
น้ำทะเลจะเป็นสีฟ้าคริสตัลใส สวยมาก ๆ
นอกจากนี้บางเกาะก็เป็นเกาะส่วนตัวที่มีบ้านพักกลางทะเล
ได้ฉายาว่ามัลดีฟส์แห่งกัมพูชาเลยทีเดียว
3.ตลาดพซาทะไม

ตลาดพซาทะไม ตั้งอยู่ภายในกรุงพนมเปญ
เป็นตลาดใหญ่และสำคัญที่สุดของเมือง
และยังมีความโดดเด่นไม่เหมือนตลาดอื่น ๆ
ด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์อาร์ตเดคโคสีเหลืองสดใส สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ.
1937 ปัจจุบันที่นี่มีร้านค้ามากมายหลายร้อยร้าน
จำหน่ายสินค้าทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นอาหารพื้นเมือง, อาหารทะเล, ผัก-
ผลไม้ท้องถิ่น, เสื้อผ้าแฟชั่น, เครื่องประดับ, เครื่องใช้ไฟฟ้า, จิวเวลรี่,
ทอง เป็นต้น
4.ปราสาทบายน
สำหรับปราสาทบายน สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7
สร้างด้วยทรายสีขาวโดดเด่นต่างจากปราสาทที่อื่น
มีการแกะสลักพระพักตร์ของพระโพธิสัตว์อวโรกิเตศวรจำนวนถึง 216
หน้า มีความบ่งบอกถึงรอยยิ้มที่มีความเมตตา
ถ่ายทอดเรื่องราวภาพบนกำแพงผนังของการสู้รบชีวิตความเป็นอยู่ของ
กษัตริย์ และชาวบ้านในยุคนั้น
เป็นสถานที่ที่เข้าไปแล้วรู้สึกขนหัวลุกเพราะรู้สึกว่ามีสายตาจับจ้องเราอ
ยู่ทุกขณะตลอดเวลาที่อยู่ในปราสาทแห่งนี้
5.เมืองรัตนคีรี
เมืองรัตนคีรี
เป็นเมืองที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศกัมพูชา
มีอาณาเขตติดต่อทั้งประเทศลาวและประเทศเวียดนาม
เมืองแห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่องของธรรมชาติป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์
มีสถานที่ท่องเที่ยวเกี่ยวกับภูเขามากมายหลากหลายแห่ง
ที่โดดเด่นที่สุดคือ Boeng Yeak Loam เป็นทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟ
มีเส้นผ่านศูนย์กลางยาวประมาณ 800 เมตร ความลึกโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 48
เมตร รอบ ๆ ทะเลสาบจะเป็นป่าไม้เขียวขจี
น้ำในทะเลสาบก็เป็นสีเขียวมรกตใส สามารถลงเล่นน้ำได้…

9 ที่พักเมืองเชียงคานที่คุณจะต้องหลงรัก 1

ก่อนหน้านี้เราได้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเมืองเชียงคานไปกันแล้ว
แต่ถ้าจะแนะนำแต่สถานที่ท่องเที่ยวโดยไม่แนะนำที่พักก็กระไรอยู่
ดังนั้นเราจึงจะขอพาคุณไปพบกับที่พักในเมืองเชียงคานกันเผื่อจะเป็นตัวช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

เถ้าแก่ลาว
เริ่มกันที่แรกกับเถ้าแก่ลาว โดยที่พักแห่งนี้เน้นความเรียบง่าย และยังคงวัฒนธรรมดั้งเดิมเอาไว้
ซึ่งการตกแต่งเป็นแบบฒนธรรมลาว และจีนผสมผสานกันได้อย่างลงตัว
ซึ่งด้านในนอกจากจะเป็นที่พักแล้วยังมีของโบราณทั้งข้าวของเครื่องใช้ และอื่นๆจัดแสดงโชว์
ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ด้านในล้วนแล้วแต่เป็นของเก่าเก็บทั้งสิ้นที่สำคัญไปกว่านั้นห้องพักยังอยู่ติดกับริมแม่น้ำโขง
ทำให้เราสามารถชมวิวได้อีกต่างหากส่วนด้านหน้าที่พักก็เป็นชุมชนที่มีความคึกคักทำให้มีร้านขายของกินเป็นจำนวนมากเปิดให้บริการ

เดอะ รอยัล เชียงคาน
แต่หากใครที่ไม่ชอบที่พักธรรมดาแบบโฮมสเตย์แล้วล่ะก็ที่เชียงคานยังมีที่พักอีกหลายที่ให้เลือก
อย่างเช่น เดอะ รอยัล เชียงคาน ที่เราได้หยิบมาแนะนำกัน
โดยที่นี่เป็นรีสอร์ทที่มีความหรูหราอย่างมากการตกแต่งสวยสะดุดตา
ซึ่งเน้นไปที่แนวบูติกทำให้ทุกอย่างภายในให้ความวินเทจสุดๆแถมยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกด้วย
นอกจากนี้ด้านในอีกส่วนหนึ่งยังถูกดีไซน์เป็นแบบลอฟป์ทำให้การมาพักที่นี่คุณสามารถได้ชื่นชมความสวยงามทั้งสองแบบสองสไตล์ในที่เดียว
และที่สำคัญวัสดุที่ถูกนำมาใช้ส่วนใหญ่เป็นไม้ทำให้นอกจากจะได้อารมณ์ความวินเทจยังดูมีความเป็นล้านนาฉบับดั้งเดิมอย่างไม่ขาดหาย

บ้านนอกเกสเฮ้าส์
สำหรับที่พักแห่งนี้แตกต่างจากที่ที่เราได้แนะนำไปก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง
เพราะไม่ได้มีความหรูหราระดับห้าดาว แต่เหมาะอย่างยิ่งกับคนที่ชื่นชอบการมาเที่ยว
และพักในที่พักให้อารมณ์วิถีชีวิตชาวเชียงคานแห่งนี้ได้แบบเต็มอิ่ม
เพราะที่นี่เน้นความเรียบง่าย และเป็นกันเอง โดยการดีไซน์ที่พักก็เป็นลักษณะบ้านธรรมดาๆ
แต่มีวิวที่คุณจะต้องชอบเพราะตั้งอยู่ริมฝั่งโขง
ซึ่งสามารถชมวิวได้แบบเต็มตาจากตัวบ้านได้ด้วย ซึ่งแม้จะเรียบง่าย
แต่สิ่งอำนวยความสะดวกภายในก็มีครบครันถือเป็นอีกตัวเลือกหากใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศ
ที่นี่ส่วนราคาก็ถูกแสนถูก เพราะเริ่มต้นแค่หลักร้อยเท่านั้นฃไล่ไปจนถึงหนึ่งพันห้าร้อยบาท
ซึ่งหนึ่งห้องสามารถเข้าพักได้สองคน ขณะที่ด้านในห้องพักก็มีไวไฟฟรีไว้ให้บริการอีกด้วย…

แห่เทียนพรรษาทางน้ำที่ลาดชะโด

ปกติในช่วงเข้าพรรษาเรามักจะเห็นและคุ้นเคยกับการแห่เทียนพรรษาเข้าวัด
ซึ่งแม้ปัจจุบันกาลเวลาจะเปลี่ยนไปจนหลายสถานที่จะสลับจากเทียนเป็นไฟฟ้าแล้ว
แต่บางสถานที่ก็ยังอนุรักษ์ประเพณีที่ดีงามนี้เอาไว้ เช่นเดียวกับชาวลาดชะโด อำเภอผักไห จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ที่แม้ปัจจุบันการเดินทางส่วนใหญ่จะขึ้นมาอยู่บนบก แต่สถานที่แห่งนี้ยังมีวิถีชีวิตที่ผูกพันอยู่กับสายน้ำ
มีคลองลาดชะโดเป็นสายน้ำหลักไหลผ่านหน้าบ้านของทุกหลังคาเรือน
นั่นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่เราจะได้ชาวลาดชะโด ทุกหลังคาเรือนมีเรืออยู่ใต้ถุนบ้าน
จึงเป็นที่มาของการแห่เทียนพรรษาทางน้ำ ของชาวลาดชะโด ที่เป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในประเทศไทย
ที่รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่นอันงดงามนี้ไว้และจัดสืบกันมาจนถึงปัจจุบัน
โดยงานแห่เทียนพรรษาทางน้ำ ณ ตลาดลาดชะโด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประจำปีนี้ มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 กรกฎาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป
ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปสัมผัสประเพณีเก่าแก่ จึงจำเป็นต้องตื่นแต่เช้าหน่อย แต่กิจกรรมในแห่เทียนพรรษาทางน้ำลาดชะโด
คุ้มค่าต่อการตื่นแต่เช้าตรู่แน่นอน ไล่ตั้งแต่ชมวิถีชีวิตริมสองฝั่งคลอง สัมผัสความเป็นไทย
วัฒนธรรมท้องถิ่นที่ยังคงรักษาไว้ ตลอดเส้นทางสายน้ำแห่งชีวิต ไปจนถึงศึกษาวิธีการหากินจากผืนน้ำด้วยการยกยอ
พร้อมบรรยากาศท้องทุ่งนาที่เขียวขจี นอกจากนี้ยังจะได้ชมขบวนเรือแห่เทียนพรรษาทางน้ำที่ตกแต่งสร้างสรรค์อย่างสวยงาม อาจไม่อลังการยิ่งใหญ่เวอร์วัง
แต่มีความสวยงามแบบไทยๆ เช่นเดียวกับการประกวดบ้านสวนริมคลอง,การแข่งขันกีฬาพื้นบ้านลาดชะโด,
การจัดการแสดงภาพถ่ายวิถีชีวิตชาวลาดชะโด ณ การจำลองบรรยากาศตลาดน้ำย้อนยุค และชมการแสดงต่างๆ
เรียกว่าจัดเต็มตลอดวันไม่ให้พักหายใจกันเลย ส่วนการเดินทางไปยัง ลาดชะโด ก็ไม่ยากเย็นอะไร
หากไปด้วยรถยนต์ส่วนตัว จากบางบัวทอง วิ่งถนน 340 ตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี ถึงโลตัสสุพรรณฯ แล้วกลับรถ
ชิดทางคู่ขนานแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนน 329 ทางไป อ.ป่าโมก,อ.ผักไห่, อ.วิเศษชัยชาญ ตรงมาประมาณ 22 กม.
จะพบตลาดชะโดทางขวามือ แต่หากใครอยากชิคๆ คูลๆ นั่งรถไฟมาสามารถเลือกขึ้นได้จากสถานีหัวลำโพง, สามเสน, บางซื่อ, หลักสี่,
บางเขน, ดอนเมือง ฯลฯ มาลงสถานีรถไฟอยุธยา จากนั้นนั่งเรือข้ามแม่น้ำป่าสัก-ลพบุรีมายังฝั่งตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา แล้วเดินไปยังตลาดเจ้าพรหม
ต่อรถสายอยุธยา-ผักไห่ ลงตัว อ.ผักไห่แล้วรอสองแถวสายผักไห่-ลาดชะโด หรือเหมารถตุ๊กๆ
มาที่ตลาดโบราณลาดชะโด ระยะทาง 5 ก.ม. ไม่นับรวมรถตู้และรถโดยสารประจำที่วิ่งตรงมาถึงอ.ผักไห่เลย
จากนั้นต่อรถอีกนิดหน่อยก็ถึงแล้วจะเห็นว่าใช้เวลาเพียงไม่นานคุณก็สามารถหนีจากสังคมเมืองอันแออัดในกรุงเทพมหานคร
ออกมาสัมผัสวิถีชีวิตไทยแท้ในอดีตของชาวลาดชะโด ได้ไม่ยาก…

รวมร้านอร่อยห้ามพลาด เยาวราช เดินฟินๆ ตะลุยกินร้านดัง – ตอนที่ 3

เมื่อพูดถึงย่าน เยาวราช ใครๆ ก็ต้องนึกถึงของกินอร่อยๆ ที่นักกินต้องไปเดินตะลุยกิน
และมีให้เลือกอยู่มากมาย วันนี้เราได้คัดเลือกร้านเด็ดๆ ที่คุณต้องลอง
เผื่อวันไหนมีโอกาสได้ไปลุยในย่านนี้จะได้ไม่พลาดกัน
ไฟเขียว เยาวราช
ร้านไฟเขียว เยาวราช น่าจะเป็นร้านที่หลายๆ คนรู้จักกันเป็นอย่างดี
โดยเฉพาะใครที่จะมาทานอาหารทะเลหลายรสชาติ ไม่ว่าจะเป็น กุ้งทอดสามรส กุ้งเผา
ปูผัดพริกไทยดำ ปลากะพงนึ่งมะนาว ปลากะพงนึ่งซีอิ้ว กุ้งอบวุ้นเส้น หมึกชุบแป้งทอด
ต้มข่ากุ้ง ยังมารอเก็บภาพวินาทีที่พ่อครัวโชว์ลีลาผัดผักบุ้ง ผัดผักกระเฉดไฟแดง
จนกระทะไฟลุกท่วม อีกเมนูเด็ดที่ทางร้านบอกว่ามาแล้วต้องลองสั่งทานคือ
โป๊ะแตกผัดแห้ง
Texas Suki
สโลเเกนที่น่าดึงดูดใจอย่าง กินอยู่อย่างราชา ราคามิตรภาพ”
ไม่ใช่คำที่เกินความจริงเลย สำหรับร้านสุกี้เจ้าดังแห่งนี้ ด้วยความอร่อยของสุกี้สูตรเด็ด
ที่เปิดบริการมาอย่างยาวนาน
ที่ไม่ว่าผ่านมานานเพียงใดรสชาติก็ยิ่งคงความอร่อยไม่เคยเปลี่ยน
จุดเด่นของเมนูที่นี่อยู่ที่ความเป็นสุกี้สไตล์จีน รสชาติอร่อยไม่เหมือนใคร
ไม่ว่าใครไปทานก็ล้วนติดใจ น้ำซุปใสเเต่ว่าเข้มข้นรสเบาๆ ซดร้อนๆ
ทานคู่กับเนื้อหมูนุ่มๆ หมักเครื่องเทศอย่างดี
ลูกชิ้นสูตรเด็ดที่ไม่ว่าใครไปทานก็ต้องสั่งอย่างลูกชิ้นชื่อมงคลอย่างลูกชิ้นเศรษฐี
รับรองว่าอร่อยไม่ผิดหวังเเน่นอน
Sweet Time
ร้านขนมหวานในตำนาน ที่ถ้าใครมาเเล้วแต่ไม่ได้ทานต้องบอกว่ามาไม่ถึง!
ร้านนี้ถือว่าหาไม่ยาก ด้วยสีสันของป้ายไฟสดใส
ทำให้รถเข็นของร้านดูโดดเด่นมาแต่ไกล เมนูเด็ดของร้าน “บัวลอยงาดำ” “เต้าทึงเย็น”
“ทับทิมกรอบน้ำกะทิ” และ “แปะก๊วยนมสด”
ถ้าใครมาแต่หัวค่ำ และอยากนั่งเป็นโต๊ะ ทางร้านแนะนำว่าต้องเข้าไปนั่งข้างในซอย
แต่ถ้าหลัง 23.00 น. เป็นต้นไป จะตั้งโต๊ะด้านหน้าได้
ถึงจะไม่มีโต๊ะยังมีเก้าอี้เสริมให้นั่งพัก เพื่อทานของหวานให้ชื่นใจก็เดินเที่ยวต่อได้
ราคาเริ่มต้น 40 -50 บาท
ขนมปังเจ้าอร่อยเด็ดเยาวราช
เป็นอีกร้านที่ถือเป็นร้านอร่อยห้ามพลาดแห่งเยาวราช
กับขนมปังหอมกรุ่นจากเตาที่โด่งดังแห่งนี้ มีให้เลือกอร่อยได้ 3 แบบคือ 1. กรอบ 2. นิ่ม
3. กรอบนอกนุ่มใน คิวยาวจนทางร้านต้องแจกบัตรคิว
รสชาติที่ฮิตคือ เนยราดแยมส้ม เนยราดถั่ว เนยราดช็อกโกแลต ใครอยากทานขนมปัง
และเครื่องดื่ม กาแฟ โอวัลติน นมสด โกโก้ อร่อยได้ในราคาเริ่มต้นเพียง 15 บาทเท่านั้น…

ตามรอยอาหารไทยโบราณ : แกงกะหรี่

แกงกะหรี่ ถือเป็นอาหารยอดนิยมของคนทั่วโลก
ในหลายประเทศมีเมนูอาหารที่เรียกว่า “แกงกะหรี่” เป็นของตัวเอง
แต่ความจริงแล้ว แกงกะหรี่ มาจากอินเดีย
เพราะในภาษาทมิฬของคนอินเดียใต้ แปลว่า ซอส, น้ำข้น
ซึ่งน่าจะหมายถึง น้ำแกงปรุงรส
หลังจากที่ ผงกะหรี่ เป็นที่นิยมในหมู่คนอินเดียมากขึ้น
และถูกใช้เป็นเครื่องปรุงหลักของอาหารอินเดีย
ชาวตะวันตกก็เริ่มรับไปใช้ในการปรุงอาหาร
และแพร่หลายไปทั่วโลกในเวลาต่อมา
ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทยของเรา
โดย แกงกะหรี่ไทย
จะโดดเด่นเรื่องผงกะหรี่ที่มีกลิ่นหอมของเครื่องเทศ และรสจัดจ้าน
คนไทยนำมาใช้ปรุงอาหารในหลายเมนู เช่น แกงกะหรี่ไก่
ที่จะเป็นน้ำแกงใสกว่าของญี่ปุ่น รสชาติก็จะจัดจ้านเผ็ดร้อนกว่า
อย่างไรก็ตาม ผงกะหรี่ไทย ก็ยังไม่อาจสู้ ผงกะหรี่อินเดีย
ที่ค่อนข้างเผ็ดร้อนกว่าชาติอื่น
จึงทำให้อาหารมีรสชาติเผ็ดและกลิ่นหอมแรง
แถมคนอินเดียเชื่อว่าการใช้ผงกะหรี่ปรุงอาหาร จะทำให้อายุยืน
ทำให้มีเมนูอาหารที่ใช้ผงกะหรี่เป็นเครื่องปรุงหลักจำนวนมาก
ส่วนขั้นตอนการทำ แกงกะหรี่ไก่ แบบฉบับไทยแท้
เริ่มต้นจากเตรียมวัตถุดิบ กอปรด้วย น่อง–สะโพกไก่ 300 กรัม,
น้ำพริกแกงกระหรี่ 100 กรัม, แครอทหั่น 150 กรัม, หอมใหญ่หั่น
150 กรัม, มันฝรั่งหั่น 150 กรัม, กะทิ 3 ถ้วย, ใบกระวาน 2 ใบ,
ลูกกระวาน 3-4 ลูก, น้ำปลา 3-4 ช้อนโต๊ะ และ น้ำตาลปี๊บ 1-2
ช้อนโต๊ะ
ขั้นตอนการปรุงเริ่มจากนำกะทิเทใส่หม้อขนาดใหญ่
ตั้งไฟให้เดือด พอเดือดแล้วหรี่ไฟเป็นไฟกลาง
เคี่ยวต่ออีกประมาณ 5 นาที ปิดไฟ พักไว้
พร้อมกับตักหัวกระทิที่ลอยหน้าใส่กระทะใบใหม่
ตั้งไฟกลางให้เดือดอีกครั้ง

เมื่อเดือดดีแล้ว ใส่น้ำพริกแกงกะหรี่ลงไป
คนให้น้ำพริกละลาย ผัดต่อไปจนหอม
ซึ่งระหว่างนี้คอยเติมกะทิลงไปทีละน้อย ผัดให้แตกมันเล็กน้อย
แล้วปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ คนให้น้ำตาลปี๊บละลาย
ใส่ไก่ลงไปผัดพอสุก ใส่ใบกระวานและลูกกระวานตามไปลง
สุดท้ายนำส่วนผสมในกระทะถ่ายใส่หม้อกะทิที่เคี่ยวเอาไว้
นำขึ้นตั้งไฟกลางให้เดือดอีกครั้ง
รอใส่แครอทและมันฝรั่งลงไปเคี่ยวต่อจนสุก
ปิดท้ายด้วยการใส่หอมใหญ่ลงไปเคี่ยวต่อจนน้ำแกงข้นขึ้นเล็กน้อ
ยและผักทุกอย่างเปื่อยดี ปิดไฟ เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยและอาจาด
รับรองอร่อยเหาะ
ซึ่งหากใครต้องการวิธีทำ อาจาด ก็ไม่ยากอะไร
เพียงนำน้ำและน้ำตาลทรายเทลงในหม้อใบเล็ก
เคี่ยวบนไฟกลางจนมีลักษณะข้นเล็กน้อย
แล้วปิดไฟปล่อยทิ้งไว้ให้เย็น สุดท้ายจึงใสน้ำส้มสายชู เกลือ
แล้วนำไปราดบนผักต่างๆ ที่เตรียมไว้ ถือเป็นอันเสร็จ…

ร้านซูชิราคาไม่แพง

ในปัจจุบัน ร้านอาหารญี่ปุ่นต่างๆที่ผุดขึ้นมาอย่างมากมายทั้งแบบธรรมดา และแบบบุฟเฟ่ต์
ราคาตั้งแต่หลักสิบจนถึงหลักหมื่นเลยก็มี สำหรับมนุษย์เงินเดือนแล้ว คงต้องหาที่กินที่อร่อย ประหยัด
และได้คุณภาพ วันนี้จึงมาแนะนำร้านอาหารญี่ปุ่นราคารเบาๆแบบสบายกระเป๋ากัน
1.ไข่หวานบ้านซูชิ
ร้านซูซิราคาประหยัดเเต่มีความอร่อยไม่ประหยัด ร้านนี้ตั้งอยู่เมืองทอง ร้านนี้คือร้านที่เหล่าสาวกซูซิห้ามพลาด
มีหน้าให้เลือกหลากหลาย ราคาเริ่มต้นที่ชิ้นละ10-20บาทเท่านั้น
นอกจากซูซิเเล้วยังมีซาซิมิเเซลมอนเเล่คุณภาพดี ราคาเพียง 150 บาทเท่านั้น
2. อร่อยจัง เทอริยากิ ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังข้างทาง ด้วยเมนูอาหารญี่ปุ่นราคาประหยัดแต่คุณภาพดี
แถมอร่อยถูกปากคนไทยจึงทำร้านนี้ เป็นร้านอาหารโปรดในดวงใจของใครหลายคน
โดยราคาอาหารร้านนี้เริ่มต้นที่ 38 บาทและยังมีเมนูให้เลือกหลากหลายอีกด้วย
3. Sousaku เป็นอีกร้านอาหารญี่ปุ่นบรรยากาศดี มีเมนูหลากหลาย โดยเฉพาะ Negi Otoro Jumbo
ชิ้นโต พร้อมไข่ปลาอร่อยแบบเต็มปากเต็มคำ นอกจากนี้ยังมีปลาดิบที่พลาดไม่ได้อย่าง Salmon-Otoro
Twist, Salmon Toro Aburi, Marugoban Toro Aburi ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 80 บาท
4.ร้าน ISAO ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ สุขุมวิท ซอย 31 เอกลักษณ์ของร้านนี้คือ เซตของข้าวปั้น, ซูชิ หรือปลาดิบ
คือสิ่งที่โดดเด่นของร้าน นอกจากนี้ยังมีเต้าหู้ทอดที่ราดด้วยซอสงาแบบญี่ปุ่น
ซึ่งที่เด็ดอยู่ที่ซอสงาสูตรลับที่ทางร้านพิถีพิถันในการปรุงแต่งเพื่อให้ ถูกปากลูกค้า
และยังเป็นเมนูยอดฮิตของทางร้านอีกด้วย ราคาก็ไม่แพงอย่างที่คิด ราคาต่อจานตั้งแต่หลักร้อยต้นๆ
ไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับคุณภาพอาหารแล้ว
5.Yashima เป็นอีกหนึ่งร้านที่อาหารทำโดยคนญี่ปุ่นในราคาย่อมเยา ด้วยราคาเป็นมิตร พร้อมด้วยปริมาณ
และคุณภาพที่เกินราคา ทำให้ร้านยาชิมะมีลูกค้าอย่างหนาแน่น ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 69 บาท
ส่วนใครชอบแซลมอนซาชิมิ ทางร้านก็มี ราคาเพียง 119 บาท
และมีอีกหลากหลายเมนูที่น่าลองแบบอร่อยและยังสบายกระเป๋าอีกด้วย
6.ร้าน SUSHIOO ร้านนี้มีทั้งหมด 3 สาขา Mercury , The Street(รัชดา), Victoria
Garden(เพชรเกษม) เมนูที่เราจะมาแนะนำวันนี้คือ…ซูชิหน้าปลาไหล ด้วยรสชาติที่นุ่มละมุนลิ้น
หอมกลิ่นปลาไหลย่างถือว่าเป็นซิกเนเจอร์ของร้านเลยก็ว่าได้ จุดเด่นของร้านคือซูชิ 1 คำจะเท่ากับซูชิ 2
คำวิธีซ้อนปลาลงบนข้าวปั้นอีกชั้นเป็น 1 คำจะมีปลา 2 ชั้น ราคาเริ่มต้นที่ 40 บาทเท่านั้น…