The Giant Chiangmai ร้านกาแฟบนต้นไม้

เดอะ ไจแอนท์ เชียงใหม่
เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนเมืองอย่างเราๆที่ต้องการหนีความวุ่นวายมาพักผ่อนใ
จพักกาย
ร้านบนต้นไม้เท่ๆแบบนี้ไม่ใช่จะหากันได้ง่ายๆนั่งจิบกาแฟหอมๆอ่านหนังสือ
พูดคุยและถ่ายรูป ท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของเมืองเชียงใหม่
ตัวร้านกาแฟออกแบบให้อยู่บนต้นไม้ใหญ่
สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์สวยงามของภูเขาและต้นไม้ในแถบนี้ได้เป็นอย่างดี
ที่นี่บรรยากาศยามค่ำคืนดีมาก
ออกมานั่งฟังเสียงใบไม้กระทบกันรับลมเย็นท่ามกลางธรรมชาติ บอกเลยว่าฟินมาก
ส่วนถ้าใครติดใจต้องการนอนพักเลย เดอะไจแอนท์ เชียงใหม่
เขาก็มีห้องพักเป็นบ้านบนต้นไม้ให้เลือกถึง 2 ขนาด โดยมีห้องแบบ Standard 2 ห้อง
และห้องแบบ Deluxe 3 ห้อง ส่วนภายในห้องพักทั้งสองแบบจะตกแต่งคล้ายๆกัน
ต่างกันแค่ขนาดของห้อง
นักท่องเที่ยวที่มาพักจะมองเห็นวิวทิวเขาเขียวของป่า
พร้อมหมอกยามเช้าและยังมีอาหารเช้าและมื้อเย็นเสิร์ฟอีกด้วย
ทำเอาผู้ที่มาพักไม่อยากกลับบ้านกันเลยล่ะจ้า…

รู้จักกับ“มาชู ปิกชู”ร่องรอยอารยธรรมชาวอินคา

สถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก มักจะมีเรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นอย่างมาก

เช่นเดียวกับกัน มาชู ปิกชู

ที่เชื่อได้เลยว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่คงใฝ่ฝันที่อยากจะไปเยือนสถานที่

แห่งนี้

เพราะความมหัศจรรย์ของมันนี่เองที่ทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

ต่างต้องการมาเห็นที่นี่ด้วยตาตัวเองสักครั้ง

สำหรับมาชู ปิกชู (Machu Picchu) นั้นตั้งอยู่ที่ประเทศเปรู

(Peru) โดยเป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงกว่า 2,430

เมตรจากระดับน้ำทะเล

ซึ่งสิ่งสำคัญคือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญว่าสถานที่แห่งนี้เคยเป็นอาณาจัก

รของชาวอินคา โดยเฉพาะความยิ่งใหญ่

การวางแผนพังที่ดีในการสร้างเมือง ความเชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรม

เกษตรกรรม และด้านดาราศาสตร์ของชาวอินคา

โดยที่แห่งนี้ได้รับเลือกเป็นมรดกโลกของ UNESCO และเป็น 1 ใน 7

สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่อีกด้วย

ส่วนประวัติของ มาชู ปิกชู

เดิมทีอย่างที่ทราบกันว่าเป็นอาณาจักรของชาวอินคา

ที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาสูงของเทือกเขาแอนดีส (Andes) อยู่ประมาณ

8,000 ฟุตเหนือน้ำทะเล เชื่อกันว่าสร้างขึ้นเมื่อปีศตวรรษที่ 15

ไว้สำหรับเป็นสถานที่พักผ่อนของเจ้าหรือเป็นที่ทำพิธีทางศาสนา

อย่างไรก็ตามยังมีปริศนาอีกหลายๆอย่างของ Machu Picchu

ที่ยังนักประวัติศาสตร์ก็ยังไม่สามารถไขได้จนถึงปัจจุบันนี้

และนี่ก็คงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มาชูปิกชูไม่ถูกค้นพบเป็นเวลานานและ

ยังคงสภาพอันสมบูรณ์เอาไว้ได้

ส่วนที่คนพบ มาชู ปิกชู คือ ไฮรัม บิงแฮม

ซึ่งเป็นนักประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเยล ในปี 1911 จนถึงปี 1915

บิงแฮมได้ทำการตรวจสอบมาชูปิกชู 3

ครั้งและเขียนผลการวิจัยหลายฉบับออกมา

 

ว่ากันว่าที่คือสถานที่ศักดิ์ของชาวอินคา

และยังเป็นป้อมปราการสุดท้ายที่ต่อสู้กับชาวสเปนที่เข้ามารุกราน

ความมหัศจรรย์ของสถานที่แห่งนี้ ด้วยความที่มาชู ปิกชู

ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงและยังไม่สามารถมองเห็นได้จากเชิงเขา

จึงทำให้มันถูกซ่อนอยู่บนยอดเขาอย่างยาวนานหลังจากการล่มสลายข

องอาณาจักรอินคา ถึงแม้ว่าจะเหลือเพียงแค่ซากปรักหักพัง

แต่ก็ยังคงมีความสมบูณ์

นอกจากความสวยงามและน่าอัศจรรย์ของซากอารยธรรมโบราณแล้ว

คุณยังจะได้เห็นวิวของภูเขาน้อยใหญ่ที่อยู่โดยรอบ

เห็นเส้นทางถนนคดเคี้ยวที่ลัดเลาะไปมาตามเชิงเขาอีกด้วย

สำหรับคนที่ต้องการจะไปเที่ยว มาชู ปิกชู

แน่นอนว่าต้องเดินทางไปด้วยเครื่องบิน ลงที่เมืองหลวงอย่าง Lima

จากนั้นบินไปต่อที่เมือง Cusco

และสามารถเลือกได้ว่าจะเดินทางไปแบบรถไฟหรือรถโดยสารเพื่อไปยัง

เมือง อกูอัส คาเลียนเตส ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการขึ้นไปชม มาชู ปิกชู

ส่วนสิ่งที่แนะนำเมืองไปถึงประเทศเปรู

ควรจะพักก่อนเพื่อให้ร่างกายได้ปรับสภาพก่อนที่จะเดินทางขึ้นไปชม

มาชู ปิกชู เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะประสบปัญหาเจอกับโรค

Altitude Sickness

เพราะอย่างที่บอกไปว่าเมืองแห่งนี้นั้นอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลหลายพันเ

มตร…

ทำไมคนต่างชาติถึงชอบแห่กันมาเที่ยวที่เมืองไทย

สำหรับคนไทยแล้ว
การท่องเที่ยวในบ้านเราก็ถือว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่ทุกคนทำกันเป็นปกติ
แต่สำหรับชาวต่างชาติ พวกเขาก็ชอบแห่กันมาเที่ยวในบ้านเราเหมือนกัน
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?

ในมุมมองคนต่างชาติแล้ว
ประเทศไทยนับว่าเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ
ที่พวกเขาจะมาท่องเที่ยวกัน เหตุผลมันก็มีมากมายหลายหลาก
เริ่มต้นกันที่เรื่องของความงดงามตามธรรมชาติ
บ้านเราขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องความสวยงามในด้านนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งชายหาดและท้องทะเลทางภาคใต้
ซึ่งดูเหมือนจะเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก
ขณะที่สถานที่ท่องเที่ยวแนวภูเขา ทางภาคเหนือก็มีให้ได้ชม
และถ้าอยากเห็นน้ำตก ภาคกลางก็มีหลายที่ที่สวยๆ เช่นกัน
เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์โดยแท้สำหรับคนรักธรรมชาติ

มิตรไมตรีของผู้คนชาวไทยก็เป็นสิ่งที่มัดใจนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
แม้ว่าจะมีข่าวในแง่ลบเกี่ยวกับผู้คนในบ้านเราอยู่บ้าง
แต่ส่วนใหญ่แล้วคนไทยเป็นมิตรกับชาวต่างชาติกันมาก
ยินดีให้ความช่วยเหลือทุกอย่าง แม้บางครั้งอาจสื่อสารกันไม่เข้าใจ
แต่ก็มีความพยายามที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่
ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่นักท่องเที่ยวจะได้รับความรู้สึกดีๆ กลับบ้านไป

ขณะที่เรื่องของค่าครองชีพก็เป็นสิ่งที่ทำให้ชาวต่างชาติรู้สึกเพลิดเพลินเป็นอย่าง
มากกับการใช้ชีวิตในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นค่าที่พัก, ค่าอาหาร
หรือการช็อปปิ้งต่างๆ พวกเขาสามารถใช้เงินในจำนวนที่ไม่มาก
ทุกอย่างแตกต่างไปจากสถานที่ท่องเที่ยวแพงๆ ทั่วโลก เพียงแค่เงิน 50
บาทเท่านั้น ก็สามารถหาข้าวทานได้อิ่มแล้ว 1 มื้อ ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เงินแพงๆ
เลยสำหรับอาหารมื้ออร่อย

พูดถึงอาหารไทย นี่ก็เป็นอีกหนึ่งจุดขายของบ้านเรา
เพราะว่ามีอาหารการกินอร่อยๆ ให้เลือกชิมกันเพียบ
ไม่ว่าจะเป็นอาหารตามภัตตาคารหรือว่าจะเป็นอาหารข้างทาง
อีกทั้งอาหารในแต่ละภาคก็มีความแตกต่างกันชัดเจน
ทุกอย่างคือประสบการณ์ใหม่ๆ ที่รอให้นักท่องเที่ยวได้มาค้นหา
แม้ว่าหลายเมนูจะเผ็ด แต่พวกเขาก็พร้อมที่จะลอง
เพื่อสัมผัสถึงความเป็นไทยถึงที่สุด

สำหรับนักเดินทางที่ต้องการไปเที่ยวหลายประเทศในทริปเดียว
ประเทศไทยถือเป็นจุดท่องเที่ยวที่สามารถเชื่อมต่อไปยังประเทศต่างๆ ได้สะดวก
ถ้านักท่องเที่ยวมีเวลาว่าง พวกเขาก็จะไม่ลังเลที่จะแวะเที่ยวในบ้านเรา
ใส่ประเทศไทยเป็นหนึ่งในทริปด้วย
มันคือความสะดวกสบายของการเดินทางที่ทำให้พวกเขาแวะเวียนมายังที่นี่กันมา

ด้วยเหตุผลที่หลากหลายเหล่านี้จึงทำให้ชาวต่างชาตินิยมเดินทางมาท่องเที่ยวกัน
ที่ประเทศไทย
ไม่น่าแปลกใจเลยที่เราจะเห็นพวกเขาเหล่านี้มาหาประสบการณ์ที่บ้านเรากันทุกๆ
ปี…

5 สถานที่ท่องเที่ยวประเทศกัมพูชา

ประเทศกัมพูชา หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อสั้นๆว่า เขมร
ถือว่าเป็นประเทศแห่งอารยธรรมขอมเก่าแก่
เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดกับประเทศไทย
เชื่อเลยว่าหากผู้ถึงประเทศนี้หลายๆคนอยากจะนึกไปถึงนครวัด-นครธม
แต่ทว่าจริงๆแล้ว กัมพูชา นั้นไม่ได้ดีแค่เท่านี้
ยังมีอย่างอื่นที่น่าสนใจ ซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำ 5
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศกัมพูชาที่น่าไปลองสัมผัสกัน
1.โตนเลสาบ
โตนเลสาบ
เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ตั้งอยู่บริเวณตรงกลางของประเทศกัมพูชา
ห่างจากเมืองเสียมราฐไปทางทิศใต้ราว ๆ 15 กิโลเมตร
ทะเลสาบแห่งนี้มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 10,000 ตารางกิโลเมตร
ความลึกโดยเฉลี่ยของทะเลสาบประมาณ 14 เมตร
น้ำในทะเลสาบไหลมาจากแม่น้ำโขง
โดยรอบของทะเลสาบเต็มไปด้วยพืชพรรณต่าง ๆ มากมาย
มีสัตว์ป่าและสัตว์น้ำจืดหลากหลายชนิด
2.เมืองพระสีหนุ
เมืองพระสีหนุ หรือกำปงโสม
เป็นเมืองริมทะเลที่ได้รับความนิยมจากทั้งนักท่องเที่ยวกัมพูชาและชาวต่
างชาติ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงพนมเปญ
ที่นี่มีชายหาดที่สวยงาม หาดทรายขาวสะอาด บรรยากาศเงียบสงบมาก
อีกทั้งยังมีเกาะเล็กเกาะน้อยอยู่กลางทะเลอ่าวไทยอีกกว่า 10 เกาะ
ซึ่งแต่ละเกาะก็มีความสวยงามแตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะเกาะรง
น้ำทะเลจะเป็นสีฟ้าคริสตัลใส สวยมาก ๆ
นอกจากนี้บางเกาะก็เป็นเกาะส่วนตัวที่มีบ้านพักกลางทะเล
ได้ฉายาว่ามัลดีฟส์แห่งกัมพูชาเลยทีเดียว
3.ตลาดพซาทะไม

ตลาดพซาทะไม ตั้งอยู่ภายในกรุงพนมเปญ
เป็นตลาดใหญ่และสำคัญที่สุดของเมือง
และยังมีความโดดเด่นไม่เหมือนตลาดอื่น ๆ
ด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์อาร์ตเดคโคสีเหลืองสดใส สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ.
1937 ปัจจุบันที่นี่มีร้านค้ามากมายหลายร้อยร้าน
จำหน่ายสินค้าทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นอาหารพื้นเมือง, อาหารทะเล, ผัก-
ผลไม้ท้องถิ่น, เสื้อผ้าแฟชั่น, เครื่องประดับ, เครื่องใช้ไฟฟ้า, จิวเวลรี่,
ทอง เป็นต้น
4.ปราสาทบายน
สำหรับปราสาทบายน สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7
สร้างด้วยทรายสีขาวโดดเด่นต่างจากปราสาทที่อื่น
มีการแกะสลักพระพักตร์ของพระโพธิสัตว์อวโรกิเตศวรจำนวนถึง 216
หน้า มีความบ่งบอกถึงรอยยิ้มที่มีความเมตตา
ถ่ายทอดเรื่องราวภาพบนกำแพงผนังของการสู้รบชีวิตความเป็นอยู่ของ
กษัตริย์ และชาวบ้านในยุคนั้น
เป็นสถานที่ที่เข้าไปแล้วรู้สึกขนหัวลุกเพราะรู้สึกว่ามีสายตาจับจ้องเราอ
ยู่ทุกขณะตลอดเวลาที่อยู่ในปราสาทแห่งนี้
5.เมืองรัตนคีรี
เมืองรัตนคีรี
เป็นเมืองที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศกัมพูชา
มีอาณาเขตติดต่อทั้งประเทศลาวและประเทศเวียดนาม
เมืองแห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่องของธรรมชาติป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์
มีสถานที่ท่องเที่ยวเกี่ยวกับภูเขามากมายหลากหลายแห่ง
ที่โดดเด่นที่สุดคือ Boeng Yeak Loam เป็นทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟ
มีเส้นผ่านศูนย์กลางยาวประมาณ 800 เมตร ความลึกโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 48
เมตร รอบ ๆ ทะเลสาบจะเป็นป่าไม้เขียวขจี
น้ำในทะเลสาบก็เป็นสีเขียวมรกตใส สามารถลงเล่นน้ำได้…

9 ที่พักเมืองเชียงคานที่คุณจะต้องหลงรัก 1

ก่อนหน้านี้เราได้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเมืองเชียงคานไปกันแล้ว
แต่ถ้าจะแนะนำแต่สถานที่ท่องเที่ยวโดยไม่แนะนำที่พักก็กระไรอยู่
ดังนั้นเราจึงจะขอพาคุณไปพบกับที่พักในเมืองเชียงคานกันเผื่อจะเป็นตัวช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

เถ้าแก่ลาว
เริ่มกันที่แรกกับเถ้าแก่ลาว โดยที่พักแห่งนี้เน้นความเรียบง่าย และยังคงวัฒนธรรมดั้งเดิมเอาไว้
ซึ่งการตกแต่งเป็นแบบฒนธรรมลาว และจีนผสมผสานกันได้อย่างลงตัว
ซึ่งด้านในนอกจากจะเป็นที่พักแล้วยังมีของโบราณทั้งข้าวของเครื่องใช้ และอื่นๆจัดแสดงโชว์
ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ด้านในล้วนแล้วแต่เป็นของเก่าเก็บทั้งสิ้นที่สำคัญไปกว่านั้นห้องพักยังอยู่ติดกับริมแม่น้ำโขง
ทำให้เราสามารถชมวิวได้อีกต่างหากส่วนด้านหน้าที่พักก็เป็นชุมชนที่มีความคึกคักทำให้มีร้านขายของกินเป็นจำนวนมากเปิดให้บริการ

เดอะ รอยัล เชียงคาน
แต่หากใครที่ไม่ชอบที่พักธรรมดาแบบโฮมสเตย์แล้วล่ะก็ที่เชียงคานยังมีที่พักอีกหลายที่ให้เลือก
อย่างเช่น เดอะ รอยัล เชียงคาน ที่เราได้หยิบมาแนะนำกัน
โดยที่นี่เป็นรีสอร์ทที่มีความหรูหราอย่างมากการตกแต่งสวยสะดุดตา
ซึ่งเน้นไปที่แนวบูติกทำให้ทุกอย่างภายในให้ความวินเทจสุดๆแถมยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกด้วย
นอกจากนี้ด้านในอีกส่วนหนึ่งยังถูกดีไซน์เป็นแบบลอฟป์ทำให้การมาพักที่นี่คุณสามารถได้ชื่นชมความสวยงามทั้งสองแบบสองสไตล์ในที่เดียว
และที่สำคัญวัสดุที่ถูกนำมาใช้ส่วนใหญ่เป็นไม้ทำให้นอกจากจะได้อารมณ์ความวินเทจยังดูมีความเป็นล้านนาฉบับดั้งเดิมอย่างไม่ขาดหาย

บ้านนอกเกสเฮ้าส์
สำหรับที่พักแห่งนี้แตกต่างจากที่ที่เราได้แนะนำไปก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง
เพราะไม่ได้มีความหรูหราระดับห้าดาว แต่เหมาะอย่างยิ่งกับคนที่ชื่นชอบการมาเที่ยว
และพักในที่พักให้อารมณ์วิถีชีวิตชาวเชียงคานแห่งนี้ได้แบบเต็มอิ่ม
เพราะที่นี่เน้นความเรียบง่าย และเป็นกันเอง โดยการดีไซน์ที่พักก็เป็นลักษณะบ้านธรรมดาๆ
แต่มีวิวที่คุณจะต้องชอบเพราะตั้งอยู่ริมฝั่งโขง
ซึ่งสามารถชมวิวได้แบบเต็มตาจากตัวบ้านได้ด้วย ซึ่งแม้จะเรียบง่าย
แต่สิ่งอำนวยความสะดวกภายในก็มีครบครันถือเป็นอีกตัวเลือกหากใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศ
ที่นี่ส่วนราคาก็ถูกแสนถูก เพราะเริ่มต้นแค่หลักร้อยเท่านั้นฃไล่ไปจนถึงหนึ่งพันห้าร้อยบาท
ซึ่งหนึ่งห้องสามารถเข้าพักได้สองคน ขณะที่ด้านในห้องพักก็มีไวไฟฟรีไว้ให้บริการอีกด้วย…

ตามรอยอาหารไทยโบราณ : แกงกะหรี่

แกงกะหรี่ ถือเป็นอาหารยอดนิยมของคนทั่วโลก
ในหลายประเทศมีเมนูอาหารที่เรียกว่า “แกงกะหรี่” เป็นของตัวเอง
แต่ความจริงแล้ว แกงกะหรี่ มาจากอินเดีย
เพราะในภาษาทมิฬของคนอินเดียใต้ แปลว่า ซอส, น้ำข้น
ซึ่งน่าจะหมายถึง น้ำแกงปรุงรส
หลังจากที่ ผงกะหรี่ เป็นที่นิยมในหมู่คนอินเดียมากขึ้น
และถูกใช้เป็นเครื่องปรุงหลักของอาหารอินเดีย
ชาวตะวันตกก็เริ่มรับไปใช้ในการปรุงอาหาร
และแพร่หลายไปทั่วโลกในเวลาต่อมา
ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทยของเรา
โดย แกงกะหรี่ไทย
จะโดดเด่นเรื่องผงกะหรี่ที่มีกลิ่นหอมของเครื่องเทศ และรสจัดจ้าน
คนไทยนำมาใช้ปรุงอาหารในหลายเมนู เช่น แกงกะหรี่ไก่
ที่จะเป็นน้ำแกงใสกว่าของญี่ปุ่น รสชาติก็จะจัดจ้านเผ็ดร้อนกว่า
อย่างไรก็ตาม ผงกะหรี่ไทย ก็ยังไม่อาจสู้ ผงกะหรี่อินเดีย
ที่ค่อนข้างเผ็ดร้อนกว่าชาติอื่น
จึงทำให้อาหารมีรสชาติเผ็ดและกลิ่นหอมแรง
แถมคนอินเดียเชื่อว่าการใช้ผงกะหรี่ปรุงอาหาร จะทำให้อายุยืน
ทำให้มีเมนูอาหารที่ใช้ผงกะหรี่เป็นเครื่องปรุงหลักจำนวนมาก
ส่วนขั้นตอนการทำ แกงกะหรี่ไก่ แบบฉบับไทยแท้
เริ่มต้นจากเตรียมวัตถุดิบ กอปรด้วย น่อง–สะโพกไก่ 300 กรัม,
น้ำพริกแกงกระหรี่ 100 กรัม, แครอทหั่น 150 กรัม, หอมใหญ่หั่น
150 กรัม, มันฝรั่งหั่น 150 กรัม, กะทิ 3 ถ้วย, ใบกระวาน 2 ใบ,
ลูกกระวาน 3-4 ลูก, น้ำปลา 3-4 ช้อนโต๊ะ และ น้ำตาลปี๊บ 1-2
ช้อนโต๊ะ
ขั้นตอนการปรุงเริ่มจากนำกะทิเทใส่หม้อขนาดใหญ่
ตั้งไฟให้เดือด พอเดือดแล้วหรี่ไฟเป็นไฟกลาง
เคี่ยวต่ออีกประมาณ 5 นาที ปิดไฟ พักไว้
พร้อมกับตักหัวกระทิที่ลอยหน้าใส่กระทะใบใหม่
ตั้งไฟกลางให้เดือดอีกครั้ง

เมื่อเดือดดีแล้ว ใส่น้ำพริกแกงกะหรี่ลงไป
คนให้น้ำพริกละลาย ผัดต่อไปจนหอม
ซึ่งระหว่างนี้คอยเติมกะทิลงไปทีละน้อย ผัดให้แตกมันเล็กน้อย
แล้วปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ คนให้น้ำตาลปี๊บละลาย
ใส่ไก่ลงไปผัดพอสุก ใส่ใบกระวานและลูกกระวานตามไปลง
สุดท้ายนำส่วนผสมในกระทะถ่ายใส่หม้อกะทิที่เคี่ยวเอาไว้
นำขึ้นตั้งไฟกลางให้เดือดอีกครั้ง
รอใส่แครอทและมันฝรั่งลงไปเคี่ยวต่อจนสุก
ปิดท้ายด้วยการใส่หอมใหญ่ลงไปเคี่ยวต่อจนน้ำแกงข้นขึ้นเล็กน้อ
ยและผักทุกอย่างเปื่อยดี ปิดไฟ เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยและอาจาด
รับรองอร่อยเหาะ
ซึ่งหากใครต้องการวิธีทำ อาจาด ก็ไม่ยากอะไร
เพียงนำน้ำและน้ำตาลทรายเทลงในหม้อใบเล็ก
เคี่ยวบนไฟกลางจนมีลักษณะข้นเล็กน้อย
แล้วปิดไฟปล่อยทิ้งไว้ให้เย็น สุดท้ายจึงใสน้ำส้มสายชู เกลือ
แล้วนำไปราดบนผักต่างๆ ที่เตรียมไว้ ถือเป็นอันเสร็จ…

ใช้เงินเยอะไปกับการท่องเที่ยว ถือเป็นการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยหรือเปล่า

หนึ่งในปัญหาที่นักท่องเที่ยวมักจะถูกตั้งคำถามก็คือ
การไปเที่ยวแต่ละครั้งที่ต้องใช้เงินเยอะ
มันถือว่าเป็นการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยหรือเปล่า เรามาหาคำตอบกัน

การท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในกิจกรรมของมนุษย์โลก
เป็นการออกไปเปิดหูเปิดตาพบเจอกับอะไรใหม่ๆ
อันที่จริงมันก็เหมือนกับกิจกรรมยามว่างอย่างอื่นของคนเรานั่นแหละ
ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหาร, การเล่นกีฬา หรือว่าการไปช็อปปิ้ง
มันคือเรื่องของความชอบที่แต่ละคนก็ชื่นชอบและสนใจแตกต่างกันออกไป

การท่องเที่ยวภายในประเทศนั้นมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าการเดินทางไปยังต่างประเท
ศ แต่มันก็ยังถือว่าต้องใช้เงินอยู่ดี ทั้งค่าเดินทาง, ค่าที่พัก
รวมไปถึงค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่นๆ ขณะที่การท่องเที่ยวต่างประเทศ
ต้องใช้เงินมากกว่านั้น เพราะการเดินทางนั้นส่วนใหญ่ก็ต้องไปด้วยเครื่องบิน
รู้กันอยู่แล้วว่าต้องใช้เงินหลายพันไปจนถึงหลายหมื่น ขณะที่ค่าใช้จ่ายอื่นๆ
เช่นค่าเดินทางในประเทศนั้นๆ, ค่าที่พัก, ค่าอาหาร ฯลฯ
มันก็ต้องใช้จ่ายไม่ใช่น้อยๆ

สิ่งที่เราได้รับกลับมาในสายตาของคนที่ไม่ชอบการท่องเที่ยว
อาจจะมองว่ามันไม่ได้อะไรเลย เพราะไปตัวเปล่าก็กลับมาตัวเปล่า
(อันนี้ไม่นับไปถึงเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ที่เตรียมไปด้วยนะ)
แต่สิ่งที่ร่อยหรอไปก็คือเงิน นั่นก็คือมุมมองของพวกเขาเหล่านั้น
แต่ในมุมมองของคนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว
สิ่งที่ได้รับกลับมานั้นไม่สามารถตีเป็นมูลค่าได้เลย นั่นก็คือประสบการณ์

ใช่แล้ว การท่องเที่ยวนั้นคือการออกไปสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ๆ
เป็นเรื่องราวที่เราจะสามารถนำเอาไปเล่าไปพูดคุยกับใครต่อใครได้ไม่รู้จบ
อีกทั้งยังได้โอกาสเก็บภาพความประทับใจสวยๆ
ในแบบที่ไม่สามารถไปเสิร์ชหาในอินเทอร์เน็ตได้ด้วย

มันคือความสุขในอีกรูปแบบหนึ่งที่คนชื่นชอบการท่องเที่ยวนั้นชอบดี
และด้วยการที่โลกได้หมุนเปลี่ยนผ่านยุคสมัยมาจนถึงขณะนี้
ความชื่นชอบการท่องเที่ยวก็ยังสามารถยึดเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพเสริมได้อีกด้วย
จะเห็นได้ว่ามีบล็อกเกอร์หลายคนที่สามารถทำเงินได้จากการไปท่องเที่ยวที่ต่างๆ
และนำเอาประสบการณ์นั้นมาถ่ายทอดในรูปแบบของพวกเขาเหล่านั้น

เมื่อมองแบบนี้แล้วจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่นักท่องเที่ยวจะยังคงตั้งใจทำงานหาเงินเ
พื่อกลับไปท่องเที่ยวอยู่เรื่อยๆ แม้รู้อยู่แก่ใจว่าจะต้องมีค่าใช้จ่ายไม่น้อยก็ตาม
เพราะสิ่งที่ได้กลับมาจากการท่องเที่ยวแต่ละครั้ง
นั่นก็คือสิ่งที่ไม่สามารถประเมินเป็นมูลค่าได้
มันคือสิ่งที่เรียกว่าประสบการณ์นั่นเอง…

5 สถานที่ต้องไปเที่ยวกาญจนาบุรี

สำหรับจังหวัดกาญจนบุรี
จัดการอยู่ในภาคกลางและอยู่ไม่ไกลจาก กรุงเทพมหานคร สักเท่าไหร่
เรียกได้ว่าเหมาะสำหรับการไปเที่ยวพักผ่อนชิลล์ๆ
ในวันหยุดประจำสัปดาห์ เพราะสามารถไปกลับได้
ไม่จำเป็นต้นไปพักค้างแรม
ซึ่งกาญจนาบุรีนั้นเป็นดินแดนแห่งผืนป่า โถงถ้ำ น้ำตก
พรรณไม้นานาชนิดและวัฒนธรรมอันหลากหลายของผู้คือที่หลายหลาก
เชื้อชาติ ที่อาศัยอยู่ร่วมกัน โดยประกอบด้วย ไทย พม่า มอญ
ปากะญอ(กะเหรี่ยง) ฯลฯ ยิ่งไปกว่านั้น
ที่นี่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์ อาทิเช่น
เหตุการณ์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
ซึ่งเรื่องราวเหล่านั้นมีอนุสรณ์สถานยืนยันเหตุการณ์อยู่หลายแห่งด้วยกั
น ซึ่งวันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ 5
สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวะกาญจนาบุรี
1.อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์
สำหรับอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ มีพื้นที่ครอบคลุมถึง 3
อำเภอ ทั้ง อำเภอไทรโยค อำเภอศรีสวัสดิ์ และอำเภอทองผาภูมิ
จังหวัดกาญจนบุรี ด้วยเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่สวยงาม
ป่าต้นน้ำลำธารของแม่น้ำแควใหญ่เหนือเขื่อนศรีนครินทร์มีสภาพป่าสม
บูรณ์เป็นภูเขาสลับซับซ้อน มีสัตว์ป่าชุกชุม
และมีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่สำคัญหลายแห่งด้วยกัน ทีเด่นๆคือ
น้้ำตกห้วยขมิ้น
2.น้ำตกไทรโยค
โดยน้ำตกไทรโยค นั้นมีทั้งไทรโยคน้อยและไทรโยคใหญ่
ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติไทรโยค
เป็นน้ำตกที่ไหลตกลงจากหน้าผาลงสู่แม่น้ำแควน้อย มีน้ำตลอดปี
และน้ำจะแรงมากในฤดูฝน ซึ่งน้ำตกไทรโยคใหญ่

หรือน้ำตกโจนเป็นจุดเด่นอันดับแรกของอุทยานฯ แห่งนี้
ด้วยลักษณะของน้ำตกที่ไหลลงมาจากตาน้ำในป่าใหญ่อันอุดมสู่แม่น้ำแ
ควน้อย ส่วนน้ำตกไทรโยคน้อย หรือน้ำตกเขาพัง มีขนาดเล็กกว่า
แต่ความสวยงามไม่แพ้กันเป็นน้ำตกหินปูน
นักท่องเที่ยวนิยมแวะเที่ยวชมก่อนจะเดินทางไปยังอำเภอทองผาภูมิ
3.ทางรถไฟสายมรณะ

ทางรถไฟสายมรณะหรือสะพานข้ามแม่น้ำแควเป็นสะพานสายประวัติศา
สตร์ที่สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เดิมได้รับความเสียหาย
และรัฐบาลไทยได้ซ่อมแซมบำรุงขึ้นใหม่ ปัจจุบัน
มีการยกย่องให้สะพานข้ามแม่น้ำแคว เป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ
มักจะเป็นจุดที่หลายคนชอบไปเช็คอินถ่ายรูป
4.สังขละบุรี
สังขละบุรี เป็นอำเภอที่ติดต่อกับชายแดนพม่า
ห่างจากตัวเมืองประมาณ 215 กิโลเมตร
โอบล้อมด้วยธรรมชาติและขุนเขาอันเขียวขจี มีแม่น้ำซองกาเลีย
ไหลจากต้นกำเนิดในประเทศพม่า
สังขละบุรีหล่อเลี้ยงผู้คนสองฟากฝั่งแม่น้ำ
และเชื่อมสัมพันธ์ชนชาติมอญ ทั้งสองประเทศ
โดยเมืองนี้มีสถานท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเมืองบาดาล,
สะพานมอญ, ดูวิถีชีวิตขาวมอญ
5.อุทยานแห่งชาติเอราวัณ
สถานที่แห่งนี้นั้นถือว่าขึ้นชื่อสำหรับเมืองกาญเลยก็ว่าได้
เพราะความสวยอัศจรรย์ของน้ำตกสีเขียวมรกตใสแจ๋วราวคริสตัล
โดยน้ำตกที่ขึ้นชื่อคือน้ำตกเอราวัณ ที่แบ่งออกเป็น 7 ชั้นด้วยกัน
นอกจากนี้อุทยานแห่งชาติเอราวัณ
นั้นถือว่าเป็นสถานที่ถ่ายทำละครหลายเรื่อง…

การเที่ยวแบบซื้อทัวร์มีข้อดีอย่างไรบ้างที่หาไม่ได้จากการเที่ยวแบบอื่น

สมัยนี้รูปแบบของการท่องเที่ยวมีให้เลือกมากมาย
ซึ่งการซื้อทัวร์ก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เป็นที่นิยมอยู่
นั่นก็เพราะว่ามันมีข้อดีหลายอย่างที่หาไม่ได้จากการเที่ยวแบบอื่น

ต้องยอมรับว่าในสมัยนี้ผู้คนเริ่มที่จะเที่ยวด้วยตัวเองแบบไม่ง้อทัวร์กันมากขึ้น
เนื่องจากข้อมูลต่างๆ
ของต่างประเทศสามารถหาได้ง่ายตามอินเทอร์เน็ตหรือว่าหนังสือที่มีขายกันเพียบ
แต่ว่าการเที่ยวแบบซื้อทัวร์ก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่หลายๆ
คนยังคงชื่นชอบอยู่ เพราะว่าข้อดีของมันก็มีมากมายนั่นเอง

สิ่งที่เห็นชัดเจนมากๆ เลยก็คือเรื่องของความสะดวกสบาย
เพียงแค่ซื้อทัวร์ไปก็รับประกันได้เลยว่าจะได้ท่องเที่ยวกันอย่างแน่นอน
โดยที่ไม่จำเป็นต้องหาข้อมูลอะไรไปเพิ่มเติม
ขณะที่บางประเทศซึ่งต้องทำวีซ่าก็ไม่ต้องเสียเวลาไปทำเอง
เพราะจะมีตัวแทนจากเอเยนต์ที่ทำทัวร์จัดการเรื่องนี้ให้อยู่แล้ว
เรียกได้ว่าเพียงแค่จ่ายเงินแล้วก็นับถอยหลังรอวันเที่ยวกันได้เลย

ความสะดวกสบายยังไม่ได้จบแต่เพียงเท่านั้น
เพราะตลอดทริปจะมีคณะไกด์นำทัวร์ที่คอยบริการลูกทัวร์อยู่ตลอด
ไม่ต้องกังวลเลยหากว่าสื่อสารกับคนท้องถิ่นไม่รู้เรื่อง
ขณะเดียวกันถ้ามีปัญหาเฉพาะหน้าอะไร ก็จะมีคนจัดการให้เอง
ไม่ต้องตื่นตระหนกตกใจอะไร
ขอเพียงแค่อย่าทำตัวให้เป็นปัญหามากจนเกินไปก็พอแล้ว

เรื่องของการเดินทางก็แสนจะสบาย
เพราะไม่จำเป็นต้องไปขึ้นรถเมล์หรือรถไฟกัน ยกเว้นแค่บางทริปที่อาจจะมีบ้าง
แต่ส่วนใหญ่แล้วการเดินทางในทัวร์ก็จะมีรถทัวร์คันใหญ่คอยให้บริการอยู่แล้ว
ใครที่ต้องการพักผ่อนในระหว่างเดินทางก็สามารถงีบหลับได้ตามสบาย
ส่วนใครที่อยากชมวิวข้างทางก็ทำได้ตามสะดวก
ไม่ต้องไปเสียเวลานั่งคิดว่าจะไปที่นั่นที่นี่แล้วต้องนั่งรถเมล์หรือรถไฟสายไหน

เพราะแค่ก้าวเท้าขึ้นรถ ไม่ว่าอย่างไรก็รับประกันได้ว่าถึงที่หมายสบายๆ
อย่างแน่นอน

สำหรับอาหารการกินก็ไม่ต้องกังวลว่าจะอดตาย
สำหรับใครที่ท้องไม่รับอาหารต่างประเทศจริงๆ
ทางทัวร์ก็จะมีจัดเครื่องปรุงบางอย่างที่จะทำให้อาหารรสชาติใกล้เคียงกับที่คนไท
ยคุ้นปากเตรียมเอาไปด้วย
ต่อให้เป็นอาหารที่ไม่น่าจะทานได้อย่างเอร็ดอร่อยก็สามารถทานหมดจานได้

อย่างไรก็ตาม
ต้องยอมรับว่าการเที่ยวแบบซื้อทัวร์นั้นก็มีบางอย่างที่เราไม่สามารถเรียกร้องได้มา
กนัก เช่นเรื่องของความเป็นอิสระ เพราะการไปเที่ยวกับคนหมู่มาก
เราคงไม่สามารถทำอะไรตามใจตัวเองได้ ดังนั้นก็ลองชั่งน้ำหนักดูว่าทริปนั้นๆ
เราต้องการความสะดวกสบายแค่ไหน ถ้าคิดว่าซื้อทัวร์แล้วคุ้มกว่าก็อย่าได้ลังเล

ไม่ต้องกลัวหรอกว่าไปเที่ยวกับทัวร์แล้วจะไม่เท่ในสายตาคนอื่น
เพราะสุดท้ายเงินที่จ่ายไปมันก็เป็นของเราอยู่ดี…

พาไปดู 3 ที่พักยอดนิยมในจังหวัดนครนายก ตอน 2

ก่อนหน้านี้เราได้พาคุณไปดู 3ที่พักยอดนิยมของจังหวัดนครนายกกันไปแล้ว
ครั้งนี้เราจะพาไปต่อกันที่อีก 3ที่พักที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความสวยงาม
การตกแต่งรูปแบบดีไซน์ของรีสอร์ทรวมไปถึงความใกล้ชิดกับธรรมชาติที่คุณต้องอยากจะลองไปใช้บริการกัน
จะเป็นที่ไหน และสวยอย่างไรติดตามพร้อมกันที่นี่ได้เลย

เพลินดีนี่ รีสอร์ท
เริ่มกันที่แรกกับเพลินดีนี่ รีสอร์ทจัดเป็นรีสอร์ทสบายๆ และเต็มไปด้วยบรรยากาศสุดชิล
โดยการตกแต่งของที่นี่เน้นให้ทุกอย่างดูผ่อนคลาย และกลมกลืนไปกับธรรมชาติ
ฉะนั้นสีส่วนใหญ่ที่เลือกใช้จึงใช้สีฟ้าเป็นสีหลัก และสีขาวเป็นสีรองลงมา
ซึ่งนอกจากทั้งสองสีจะให้ความสบายตาแล้วยังให่้ความรู้สึกไม่อึดอัด และเรียบง่ายอีกด้วย
ในส่วนของห้องพักก็มีให้เลือกถึงสองแบบเป็นบบบ้านทีวี และแบบที่สองเป็นบ้านผ้าขาวม้า
โดยแบบแรกเหมาะสำหรับผู้เข้าพักสองคน
ส่วนแบบที่สองเหมาะสำหรับกลุ่มคนที่มาพักเป็นหมูคณะเพราะขนาดของห้องจะใหญ่ขึ้น
และมีครัวในตัวสามารถซื้อวัตถุดิยมาประกอบอาหารได้
นอกจากนี้บริเวณด้านนอกของรีสอร์ทยังมีจุดที่เรียกว่าลานลูกโลกเปิดให้ผู้เข้าพักมานั่งชมธรรมชาติได้อีกด้วย

The Chill Resort at Nakornnayok
เปลี่ยยสลับมาดูรีสอร์ทที่อยู่ติดริมน้ำกันบ้างกับ The Chill Resort at Nakornnayok
ซึ่งถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยว
เพราะด้วยเหตุผลที่ว่าการมานครนายกนั้นสิ่งที่ต้องไม่พลาดคือการมาล่องแก่ง
และที่นี่เองก็อยู่ติดริมน้ำจึงมีบริการล่องแก่งไปในตัว ตัวห้องพักจะถูกแบ่งออกเป็นหลังๆ
และมีสไตล์การตกแต่งที่แตกต่างกันออกไป
แต่หากใครเบื่อการพักห้องแบบธรรมดาที่นี่เขาก็มีห้องแบบบังกะโลให้เข้าพักอีกด้วย
ซึ่งจะสามารถรับชมธรรมชาติแทบจะได้ 360 องศสกันเลยทีเดียว ส่วนเรื่องของบรรยากาศ
แน่นอนว่าคุณจะได้รับอากาศธรรมชาติอบบสุดๆไปด้วย
ขณะเดียวกันบริเวณด้านข้างของรีสอร์ทก็ยังมีร้านอาหารเปิดให้บริการ
ซึ่งอยู่ติดกับริมน้ำสามารถทานอาหารพร้อมหย่อนขาจุ่มลงน้ำได้ด้วย

TomangOh Vintage Resort
ต่อกันที่สุดท้ายหากใครชื่นชอบห้องพักแบบวินเทจให้ความเป็นยุโรปหน่อยๆก็ต้องที่นี่เลยกับ
TomangOh Vintage Resort ที่ถูกตกแต่งสไตล์วินเทจโซนยุโรป
และไม่ใช่โดดเด่นเรื่องการตกแต่งเท่านั้นหากแต่ยังมีสระว่ายน้ำอยู่ตรงกลางที่ให่ทั้งความสวยงามแถมยัง
ให้ความสนุกต่อผู้ที่เข้ามาพักอีกด้วย