ตามรอยอาหารไทยโบราณ : แกงกะหรี่

แกงกะหรี่ ถือเป็นอาหารยอดนิยมของคนทั่วโลก
ในหลายประเทศมีเมนูอาหารที่เรียกว่า “แกงกะหรี่” เป็นของตัวเอง
แต่ความจริงแล้ว แกงกะหรี่ มาจากอินเดีย
เพราะในภาษาทมิฬของคนอินเดียใต้ แปลว่า ซอส, น้ำข้น
ซึ่งน่าจะหมายถึง น้ำแกงปรุงรส
หลังจากที่ ผงกะหรี่ เป็นที่นิยมในหมู่คนอินเดียมากขึ้น
และถูกใช้เป็นเครื่องปรุงหลักของอาหารอินเดีย
ชาวตะวันตกก็เริ่มรับไปใช้ในการปรุงอาหาร
และแพร่หลายไปทั่วโลกในเวลาต่อมา
ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทยของเรา
โดย แกงกะหรี่ไทย
จะโดดเด่นเรื่องผงกะหรี่ที่มีกลิ่นหอมของเครื่องเทศ และรสจัดจ้าน
คนไทยนำมาใช้ปรุงอาหารในหลายเมนู เช่น แกงกะหรี่ไก่
ที่จะเป็นน้ำแกงใสกว่าของญี่ปุ่น รสชาติก็จะจัดจ้านเผ็ดร้อนกว่า
อย่างไรก็ตาม ผงกะหรี่ไทย ก็ยังไม่อาจสู้ ผงกะหรี่อินเดีย
ที่ค่อนข้างเผ็ดร้อนกว่าชาติอื่น
จึงทำให้อาหารมีรสชาติเผ็ดและกลิ่นหอมแรง
แถมคนอินเดียเชื่อว่าการใช้ผงกะหรี่ปรุงอาหาร จะทำให้อายุยืน
ทำให้มีเมนูอาหารที่ใช้ผงกะหรี่เป็นเครื่องปรุงหลักจำนวนมาก
ส่วนขั้นตอนการทำ แกงกะหรี่ไก่ แบบฉบับไทยแท้
เริ่มต้นจากเตรียมวัตถุดิบ กอปรด้วย น่อง–สะโพกไก่ 300 กรัม,
น้ำพริกแกงกระหรี่ 100 กรัม, แครอทหั่น 150 กรัม, หอมใหญ่หั่น
150 กรัม, มันฝรั่งหั่น 150 กรัม, กะทิ 3 ถ้วย, ใบกระวาน 2 ใบ,
ลูกกระวาน 3-4 ลูก, น้ำปลา 3-4 ช้อนโต๊ะ และ น้ำตาลปี๊บ 1-2
ช้อนโต๊ะ
ขั้นตอนการปรุงเริ่มจากนำกะทิเทใส่หม้อขนาดใหญ่
ตั้งไฟให้เดือด พอเดือดแล้วหรี่ไฟเป็นไฟกลาง
เคี่ยวต่ออีกประมาณ 5 นาที ปิดไฟ พักไว้
พร้อมกับตักหัวกระทิที่ลอยหน้าใส่กระทะใบใหม่
ตั้งไฟกลางให้เดือดอีกครั้ง

เมื่อเดือดดีแล้ว ใส่น้ำพริกแกงกะหรี่ลงไป
คนให้น้ำพริกละลาย ผัดต่อไปจนหอม
ซึ่งระหว่างนี้คอยเติมกะทิลงไปทีละน้อย ผัดให้แตกมันเล็กน้อย
แล้วปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ คนให้น้ำตาลปี๊บละลาย
ใส่ไก่ลงไปผัดพอสุก ใส่ใบกระวานและลูกกระวานตามไปลง
สุดท้ายนำส่วนผสมในกระทะถ่ายใส่หม้อกะทิที่เคี่ยวเอาไว้
นำขึ้นตั้งไฟกลางให้เดือดอีกครั้ง
รอใส่แครอทและมันฝรั่งลงไปเคี่ยวต่อจนสุก
ปิดท้ายด้วยการใส่หอมใหญ่ลงไปเคี่ยวต่อจนน้ำแกงข้นขึ้นเล็กน้อ
ยและผักทุกอย่างเปื่อยดี ปิดไฟ เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยและอาจาด
รับรองอร่อยเหาะ
ซึ่งหากใครต้องการวิธีทำ อาจาด ก็ไม่ยากอะไร
เพียงนำน้ำและน้ำตาลทรายเทลงในหม้อใบเล็ก
เคี่ยวบนไฟกลางจนมีลักษณะข้นเล็กน้อย
แล้วปิดไฟปล่อยทิ้งไว้ให้เย็น สุดท้ายจึงใสน้ำส้มสายชู เกลือ
แล้วนำไปราดบนผักต่างๆ ที่เตรียมไว้ ถือเป็นอันเสร็จ

Related Post

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*