ตามรอยอาหารไทยโบราณ : ผัดหมี่กะทิ

ผัดหมี่กะทิ เป็นอาหารว่างไทยโบราณนิยมทำขึ้นในงานบวชและงานบุญต่างๆ
เมื่อรับประทานตามความเชื่อคือเปรียบเส้นหมี่ที่ยาวกับช่วงชีวิตที่ยาวขึ้น
โดยในประเทศไทยจะมี หมี่กะทิทางภาคกลาง กับหมี่กะทิญวนทางภาคอีสาน
อย่างไรก็ตาม แม้ หมี่กะทิทางภาคกลาง กับหมี่กะทิญวนทางภาคอีสาน จะมีรูปร่างหน้าตาที่แตกต่างกัน
แต่มีสิ่งหนึ่งที่คล้ายกันและเป็นส่วนสำคัญในเมนูอาหารไทยโบราณชนิดนี้
คือรับประทานกับผัก เพื่อชูรสชาติให้หมี่กะทิดียิ่งขึ้น
โดยส่วนผสมในการทำ หมี่กะทิ ในส่วนของเส้นหมี่
ตามสูตรโบราณแท้ๆ กอปรด้วย กะทิ 1 ถ้วย,
เนื้อเต้าเจี้ยวขาวโขลกละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ,
เต้าหู้เหลืองหั่นเป็นชิ้น 1/4 ชิ้น, หมูสับ 1/2 ถ้วย, กุ้งสับ 1/4 ถ้วย,
พริกแห้งเม็ดใหญ่คั่วป่นละเอียด, หอมแดงซอย 1/4 ถ้วย,
น้ำมะขามเปียก และ น้ำตาลโตนด หรือ น้ำตาลปี๊บ
ขณะที่ส่วนผสมในการทำ หมี่กะทิ
ในส่วนของหน้าหมี่กะทิตามสูตรโบราณแท้ๆ กอปรด้วย กะทิ 1
ถ้วย, เส้นหมี่แห้ง 180 กรัม และ ซอสมะเขือเทศเข้มข้น 4 ช้อนโต๊ะ
รวมไปถึงผักแกล้มต่างๆ ตามใจชอบ แต่ตามสูตรคือ ถั่วงอก,
ใบกุยช่าย และ หัวปลี
เริ่มแรกจะจัดการในส่วนหน้ากะทิก่อน จัดการนำ กะทิ 1
ถ้วย ที่คุ้นจาก มะพร้าว 2.5 ขีด เทใส่หม้อหรือกระทะใบเล็กๆ
แล้วนำไปตั้งไฟกลาง พร้อมทั้งคอยคนเป็นระยะ ๆ
จนกว่ากะทิจะเดือด เมื่อเดือดก็ปล่อยทิ้งไว้จนแตกมัน
จากนั้นหันมาทำในส่วนของเส้นหมี่กะทิ โดยนำ กุ้งบด
ผสมกับ หมูบด พร้อมตักกะทิในหม้อ 1 ทัพพี
ลงมาใส่ในชามหมูบด พร้อมผสมหมูบดให้เข้ากับน้ำกะทิ
แล้วเทส่วนผสมทั้งหมด ลงในหม้อกะทิ คนให้เข้ากันทิ้งระยะรอหมูสุก
เมื่อ หมูสุก ให้ใส่ หอมซอย กับ เต้าหู้เหลือง
ที่เราหั่นไว้แล้วลงไป ตามด้วย เต้าเจี้ยวขาวโขลก และ พริกป่น
ซึ่งหากใครไม่ชอบเผ็ด ก็ไม่ต้องใส่พริก
แล้วทิ้งระยะให้หอมสุกสักพัก โดย เต้าเจี้ยวขาวที่ใช้
ไม่ใช้เต้าเจี้ยวเป็นขวด อย่าสับสนเป็นอันขาด
คราวนี้หันมาผสมเครื่องปรุงรสบ้าง โดยนำ น้ำตาลปี๊บ ,
น้ำเต้าเจี้ยว และ น้ำส้มมะขามเปียก ผสมเข้าด้วยกัน เมื่อผสมเสร็จก็เทใส่ลงไปในหม้อกะทิเลย
ชิมรสเอาตามใจชอบก่อนเทลงหม้อกะทิแต่โดยรวมให้เปรี้ยวหวานเข้าไว้
รสเค็มจะใช้น้ำหมักเต้าเจี้ยวขาวปรุง ไม่ใช้น้ำปลา
หลังจากนั้นก็เคี่ยวไปสักระยะ ให้น้ำกะทิงวดและสีเข้มขึ้น
ก็จะได้ &หน้ากะทิ&ที่เราต้องการ ที่เหลือก็แค่ทำในส่วนของเส้นหมี่
เริ่มจากนำหมี่ไปแช่น้ำจนนิ่ม แล้วนำไปลวกในน้ำเดือด
พอนิ่มดีก็ตักแช่น้ำเย็น พักสะเด็ดน้ำ รอปรุง
โดยระหว่างที่รอเส้นหมี่สะเด็ดน้ำ ให้นำ กะทิ
ใส่กระทะตั้งไฟกลางค่อนไปทางอ่อน แล้วเคี่ยวให้กะทิแตกมัน
จากนั้นใส่ ซอสมะเขือเทศ ลงไป ตามด้วย เส้นหมี่
เคล้าให้เข้ากันดี เป็นอันได้หมี่สีชมพูที่ใครๆ
ต่างหลงใหลในสีสันและรสชาติ
สุดท้ายเมื่อ เส้นหมี่ ดูดน้ำกะทิจนแห้งแล้ว ก็เอา ถั่วงอก และ
ใบกุยช่าย หั่นเป็นท่อนใส่ตามลง คลุกให้เข้ากันพอผักสุก
ก็ปิดไฟออกพักไว้ไว้ในหม้อหรือกาละมังที่มีฝาปิด
เพื่อไม่ให้เส้นหมี่แห้ง รอเสิร์ฟรับประทานได้อร่อยไม่มีเบื่อ

Related Post

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*